"รมว.หูกวาง" เตือน "ผู้ว่าฯกทม." เคลียร์หนี้สินสายสีเขียวชัดก่อนเก็บค่าโดยสาร ระวังส่อผิด กม.
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึง กรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่าจะมีการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 2 ช่วงหมอชิต-คูคต ระยะทาง 19 กม. และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยเมื่อรวมกับเส้นทางหลักที่เป็นสัมปทาน อัตรา สูงสุดไม่เกิน 59 บาทตลอดสาย ว่า เรื่องนี้รอดูความชัดเจนก่อน เพราะ รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีประเด็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ที่ผ่านมากทม.กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดไปแล้ว อยากให้แก้ปัญหาที่มีก่อน
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่กทม.ต้องแก้ไขคือปัญหาหนี้สิน จากค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) และค่าจ้างเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) รวมเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ที่เกิดขึ้นโดยมิชอบ แต่วันนี้ จะไปเก็บค่าโดยสารโดยใช้ทรัพย์สินและสัญญาจ้างเดินรถที่มิชอบ แล้วการที่จะนำรายได้จากค่าโดยสารในเส้นทางดังกล่าวมาจ่ายชำระหนี้ที่เกิดขึ้นโดยมิชอบอีก จะยิ่งเป็นปัญหาหรือไม่ ซึ่งก.คมนาคมมีความเป็นห่วงว่า ผู้ว่าฯกทม.จะยิ่งทำผิดซ้ำไปอีก และจะแก้ไขยากขึ้น เพราะ ในเรื่องการจ้างติดตั้งระบบและจ้างเดินรถ ส่วนต่อขยาย ซึ่งเห็นว่าผู้ว่าฯกทม.ควรหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องหนี้ค่าติดตั้งระบบและค่าจ้างเดินรถให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน จึงค่อยเก็บค่าโดยสาร
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับหนี้ ค่าติดตั้งงานระบบ 20,000 ล้านบาท และจ้างเดินรถเกือบ 20,000 ล้านบาท กระทรวงคมนาคมมีข้อสังเกตว่า กรณี กทม.ว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ( KT) ติดตั้งงานระบบเดินรถ มีการจัดซื้อจัดจ้างงานฯ เป็นไปตามระเบียบกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ และมีการแข่งขันทางด้านราคาเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อรัฐหรือไม่ และการจ้างเอกชนรายเดิม โดยไม่ได้เปิดให้เกิดการแข่งขัน จะเข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2564 (กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับฮั้ว) หรือไม่ อีกทั้งตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 การจัดซื้อหรือก่อหนี้จะต้องเสนอสภา กทม.เห็นชอบก่อน ดังนั้น เมื่อหนี้ 2 ส่วนดังกล่าวยังมีประเด็นไม่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย กรณีกทม.นำทรัพย์ดังกล่าวมาใช้ เก็บค่าโดยสาร จะกลายเป็นรายได้ที่ไม่ถูกต้องและนำมาชำระหนี้ที่เกิดจากทรัพย์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่