ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมรับมือเศรษฐกิจปี 2566 “ธุรกิจท่องเที่ยว” พระเอกดันเม็ดเงินเข้าประเทศ

เศรษฐกิจ6 ม.ค. 2566 • 16:00 น.
ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมรับมือเศรษฐกิจปี 2566 “ธุรกิจท่องเที่ยว” พระเอกดันเม็ดเงินเข้าประเทศ

ต้อนรับปีศักราชใหม่ 2566 หลังจากที่ปี 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจะเห็นได้จากการที่ภาครัฐ และเอกชน ระดมทุนอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับการเดินหน้าเต็มสูบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่ ณ ตอนนี้ หลายประเทศได้เปิดประเทศเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ตัดขาดจากโลกภายนอกมาตั้งแต่ต้นปี 2563 เพราะมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด เตรียมเปิดพรมแดนอีกครั้งในวันที่ 8 มกราคม 2566

โดยทาง “ซีทริป” (Ctrip)แพลตฟอร์มท่องเที่ยวของจีน แจ้งว่า 30 นาทีหลังจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศเรื่องจะยกเลิกมาตรการกักตัวผู้เดินทางเข้าจีนตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป มีการสืบค้นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมนอกจีนเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า สถานที่ที่มีการสืบค้นมากที่สุดได้แก่ มาเก๊า ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย และเกาหลีใต้

ทั้งนี้ “นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ปี 2566 ซึ่งเป็นงบประมาณขาดดุลที่ 6.95 แสนล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2565 ที่ขาดดุล 7 แสนล้านบาท ภายใต้ประมาณการ ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวได้ 4-5% โดยการจัดทำงบประมาณขาดดุลที่ลดลงนั้น ถือเป็นสัญญาณที่รัฐบาลพยายามจะบอกว่าในอนาคตต้องมีการลดการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันก็ได้มีการปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ขณะเดียวกันต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ควบคู่ไปด้วย

“การจัดทำงบประมาณ ต้องอยู่บนการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจว่าจะขยายตัวเท่าไหร่ โดยที่ผ่านมามีเหตุการณ์เข้ามาแทรกซ้อนการระบาดของโควิด-19 ทั้งเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน และล่าสุดความขัดแย้งของจีนและไต้หวัน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและราคาอาหาร รวมถึงวัตถุดิบต่าง ๆ ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย โดยเฉพาะในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จนทำให้ต้องเริ่มทำนโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้น เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบกับประเทศอย่างเรา ๆ โดยเฉพาะการส่งออก ในฐานะที่เป็นประเทศคู่ค้าด้วย”

ขณะที่ “นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติ กรณีฐาน 18 ล้านคน และถ้ารัฐบาลจีนเปิดให้ชาวจีนเดินทางระหว่างประเทศได้ จะไปสู่เป้าหมายกรณีดีที่สุดที่ 25 ล้านคน โดยสัญญาณจากจีนขณะนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี เชื่อว่าจะเริ่มเปิดประเทศปลายไตรมาส 1/2566 ที่นักท่องเที่ยวจีนจะมาเที่ยวไทย ซึ่งคาดว่าจะได้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน 1.5 ล้านคน จากนั้นปี 2567 เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาอย่างเต็มที่ ตลอดทั้งปีก็จะเกิด Great Resumption หรือการฟื้นฟูอย่างยิ่งใหญ่ ของธุรกิจท่องเที่ยวไทย

เช่นเดียวกับ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” มองว่า หลังจากประเทศไทยเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 1 กรกฎาคม 2565 เพื่อรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 9.75 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 13-20 ล้านคนในปี 2566 ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมและที่พักจะทยอย “ฟื้นตัว” ต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้นคือ กลุ่มที่อยู่ในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย, กลุ่มที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึงกลุ่มโรงแรมที่มีรายได้จากการจัดอีเว้นท์และประชุมสัมมนา

และ “ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี” หรือ ttb analytics ประเมินว่า การเติบโตของมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในปี 2566 จะอยู่ที่ราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวเพียง 3.4% ชะลอตัวลงจากปี 2565 ตามทิศทางเศรษฐกิจคู่ค้าที่อ่อนแรงลง ขณะที่บางภูมิภาคกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยชัดเจน ทั้งนี้การส่งออกสินค้าของไทยยังมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ 1) เศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังทั่วโลกเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในระดับที่แรงและรวดเร็ว 2) ระดับราคาสินค้าทั่วโลกที่อาจทรงตัวในระดับสูงนานกว่าที่คาด 3) ความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตขาดแคลนพลังงานในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่กำลังมาถึง และ 4) ภัยธรรมชาติ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังรุนแรงขึ้นทั้งในสหภาพยุโรปและช่องแคบไต้หวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาการชะงักงันหรือสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกรุนแรงมากกว่าที่ได้ประเมินไว้ ขณะที่การนำเข้าสินค้าในปี 2566 จะขยายตัวเพียง 1.0% ชะลอตัวลงจากปี 2565 ตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่เริ่มลดลง โดยรวมทำให้มองภาพดุลการค้าระหว่างประเทศ ปี 2566 จะขาดดุลน้อยกว่าปี 2565

ส่วน “วรวุฒิ อุ่นใจ” ผู้ก่อตั้ง Officemate อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) และ อดีตนายกผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า สถานการณ์​เศรษฐกิจโลกที่กระทบยังประเทศไทย ในปี 2566 โดยในภาพรวม จะยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดโควิดที่เกิดขึ้นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่มีท่าทีผ่อนคลาย

จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นถือเป็นวิกฤตที่กระทบยังภาคธุรกิจเอสเอ็มอีไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยในปี2566 ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่หากมองปัจจัยบวกของไทยยังได้รับการสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวของประเทศที่ทยอยกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่กลางปี 2565 ที่ผ่านมา ถึงขณะนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังไทยมากกว่า 11 ล้านคน

ทั้งนี้จากทิศทางดังกล่าว มองว่าประเทศไทย สามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ผ่านการบริโภคภายในประเทศทั้งกำลังซื้อจากคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางกลับมายังไทยเป็นจำนวนมาก สร้างการจับจ่ายให้เกิดขึ้น เป็นไปตามกลไกของจีดีพี ซึ่งประเทศไทยมีความแข็งแกร่งจากโครงสร้างระบบการให้บริการด้านต่างๆเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในช่วงก่อนสถานการณ์โควิดได้ถึงเกือบ 100 ล้านคน

แสงสว่างส่องให้เห็นทิศทางเศรษฐกิจปี 2566 ที่ทุกคนมั่นใจว่า “เดินหน้าได้เต็มที่” แต่ก็ต้องเตรียมแผนรับมือ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน!!! “เศรษฐกิจ” ก็เปรียบเสมือน “เรือในทะเล” ไม่รู้ได้ว่า แล่นไปข้างหน้าจะเจออะไร!?! ต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานะการณ์!!!