กมธ.ไอซีทีวุฒิสภา แนะรัฐเร่งคลอด พ.ร.ก. คุมเข้มหลอกลวงไซเบอร์

เศรษฐกิจ7 ก.พ. 2566 • 11:41 น.
กมธ.ไอซีทีวุฒิสภา แนะรัฐเร่งคลอด พ.ร.ก. คุมเข้มหลอกลวงไซเบอร์

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา (กมธ.ไอซีที)  กล่าวว่า  ประชุม กมธ.ไอซีที วันนี้หารือเกี่ยวกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  เตรียมเสนอร่าง พ.ร.ก. กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  หลังส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างเรียบร้อยแล้ว  เตรียมเสนอ ครม. เร็วๆนี้  ขั้นตอนจากนั้นต้องเสนอสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พิจารณารับรองร่างพ.ร.ก.ดังกล่าว  เพื่อเร่งแก้ปัญหาการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน 

จากปัญหาในปัจจุบัน ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก จากปัญหา Call Center  แชร์ลูกโซ่  ขายตรง  มีการกระทำผิดทั้งการ ขายซิมผี  บัญชีม้า นายหน้าเถื่อน ทำให้ประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อร้องเรียนคดีออนไลน์ 800 คดีต่อวัน มูลค่าทางคดี 29,000 ล้านบาท เกิดความเสียทางเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา  แม้ว่า ธปท. จะรับทราบความเสียหายอยากให้ระงับการโอนเงินหรือปิดกั้นบัญชีปลายทาง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีช่องทางกฎหมายให้ดำเนินการ กระทรวง DES จึงเสนอร่าง พ.ร.ก.  ป้องกันอาชญากรรมทางทางไซเบอร์  ด้วยการดึง 6 หน่วยงานหลักมาร่วมกันทำงาน ประกอบด้วย  DES , กระทรวงคลัง , มหาดไทย , กสทช. , ธปท.,  สตช. ร่วมกันทำงานให้เกิดความคล่องตัว 

สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.ก. ป้องกันอาชญากรรมทางทางไซเบอร์  เช่น การกำหนดมาตรการป้องกันการหลอกลวงให้มีการโอนเงิน ทั้งผ่านแอป และตู้เอทีเอ็ม กลุ่มมิจฉาชีพมักจะมุ่งกลุ่มชาวบ้านในต่างจังหวัด การกำหนดบทลงโทษ ผู้กระทำผิด เกี่ยวกับซิมผี  บัญชีม้า นายหน้าเถื่อน  ช่วงที่ผ่านมานายหน้ามักโพสท์ตามโซเชียล ให้เหยื่อมาช่วยเปิดบัญชีเงินฝาก รับค่าจ้าง 1,000-10,000 บาท  ที่ประชุม กมธ.ไอซีที  จึงแสดงความเห็นหลากหลายขอให้  ร่าง พ.ร.ก. กำหนดบทลงโทษหนักและชัดเจน

เมื่อสถาบันการเงิน พบเห็นพฤติกรรมการโอนเงินน่าสงสัย ควรระงับการทำธุรกรรมบัญชีเงินฝากชั่วคราว โดยเจ้าของบัญชีต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อระงับบัญชี มองว่าอาจไม่ทันการณ์ต่อการกลอกลวง  อีกทั้งระงับบัญชีปลายทาง  หากผู้รับฝากเงินไม่มีความผิด ผู้เสียหาย ต้องเครียร์ตนเองภายใน 7 วัน ยอมรับว่ากระทบต่อการใช้เงินของชาวบ้าน  ที่ประชุมเห็นด้วยเกี่ยวกับการห้ามเปิดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้อื่น  การห้ามยืมซิมการ์ดมือถือ  หากฝ่าฝืนโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท รวมถึงบทลงโทษด้านอื่นๆ 

ทั้งนี้ที่ประชุม กมธ.ไอซีที วุฒิสภา จึงแสดงความเป็นห่วงขอให้เร่งพิจารณา พ.ร.ก. ดังกล่าว อีกทั้งการกำหนดบทลงโทษควรมีโทษนักและชัดเจน  มองว่าอาจน้อยไป  เพื่อให้ทันเหตุการณ์ มีการยึดทรัพย์ หยุดการหลอกลวง เพราะความผิดบางครั้งมูลค่าสูงมากหลายล้านบาท  อีกทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อาจมีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวอย่างมาก ทุกฝ่ายจึงต้องเร่งนำมาตรการออกมาป้องกันความเสียหายของประชาชนอย่างเร่งด่วน