มนุษย์เงินเดือน-เลย์ออฟ-ผู้อยู่ในระบบประกันสังคมมีเฮ คลังจ่อเยียวยาพิษโควิด คาดได้เม.ย.64

เศรษฐกิจ24 ม.ค. 2564 • 10:30 น.
มนุษย์เงินเดือน-เลย์ออฟ-ผู้อยู่ในระบบประกันสังคมมีเฮ คลังจ่อเยียวยาพิษโควิด คาดได้เม.ย.64
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับทีมเศรษฐกิจของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เตรียมจัดทำข้อมูลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแพ็กเกจใหม่ เป็นก๊อกที่ 2 ในปี 2564 เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ซึ่งมีวงเงินเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจเหลืออยู่ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท และในส่วนของสาธารณสุขอีก 30,000 ล้านบาทสำหรับแพ็คเกจเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่จะมีขึ้นในเดือนเม.ย.64 โดยเน้นกลุ่มมนุษย์เงินเดือน พนักงานบริษัท และผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ที่บางส่วนถูกลดเงินเดือน และมีการลดการจ่ายค่าจ้าง และอาจจะถูกเลิกจ้าง ให้มีเงินเพิ่มเพื่อการครองชีพ สำหรับงบประมาณส่วนหนึ่งเกลี่ยมาจากในส่วนของการเยียวยาเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งวงเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่บริหารจัดการโดยคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ มี สศช.เป็นฝ่ายเลขานุการ จากกรอบ 4 แสนล้านซึ่งมีการอนุมัติไป 1.4 แสนล้าน และหากมียอดเงินรายการใดที่ไม่มีการเบิกจ่ายภายในเดือนมี.ค.64 จะตัดกลับเข้ามาในส่วนนี้ ขณะเดียวกันยังมีวงเงินที่บริหารจัดการในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่ออัดเม็ดเงินลงสู่พื้นที่ชนบท ขณะนี้จัดทำโครงการและวางกรอบงบประมาณไว้แล้ว 4.5 หมื่นล้าน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้พิจารณารับทราบแล้ว แต่เห็นว่าควรชะลอการใช้งบประมาณในส่วนนี้ไว้ก่อน เพื่อสำรองวงเงินไว้ใช้ในแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาในช่วงต้นเดือนเม.ย.64 โดยหน่วยงานด้านเศรษฐกิจจะเก็บตัวเลขการบริโภคภาคเอกชน และประเมินเม็ดเงินที่หมุนในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งการลงทุนภาครัฐ ว่าจะมีแรงขับเคลื่อนไปสู่ไตรมาส 2 เพียงพอหรือไม่ คาดว่าสิ้นเดือนมี.ค.64จะเห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจภาพรวม แล้วจะเสนอแพ็กเกจรอบใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ สำหรับผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม ณ เดือน ธ.ค.63 มีจำนวน 16.43 ล้านคน แบ่งเป็นลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการตามมาตรา 33 จำนวน 11.12 ล้านคน ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 1.78 ล้านคน และบุคคลทั่วไปที่มีประกันตนตามมาตรา 40 หรือบุคคลทั่วไปที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 65 ปี ทำงานโดยไม่มีนายจ้างประมาณ 3.5 ล้านคน