เปิดขาย WE-US6M เป้าหมายผลตอบแทน 6% เน้นกลยุทธ์จับจังหวะตลาด Active Trading

เศรษฐกิจ2 พ.ค. 2562 • 16:11 น.
เปิดขาย WE-US6M เป้าหมายผลตอบแทน 6% เน้นกลยุทธ์จับจังหวะตลาด Active Trading
บลจ.วี มองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ขยายตัว นโยบายด้านดอกเบี้ยที่ผ่อนคลาย-เจรจาการค้ากับจีนเชิงบวก IPO กองทุน WE-US6M วันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค.62 สร้างโอกาสรับผลตอบแทน 6% ใน 6 เดือน น.ส.งามนภา ธวัชโชคทวี กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี)เปิดเผยว่า หลังจาก บลจ.วี ได้รับการอนุมัติให้เริ่มประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนรวม และเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และได้เสนอขายกองทุนรวม 2 กองทุนแรกในเดือนมี.ค.62 ได้แก่ กองทุน WE-MONEY ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุน WE-INCOME ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นสามารถระดมเงินทุนจาก 2 กองทุนได้รวมประมาณ 2,300 ล้านบาท ทั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการดำเนินงานของ บลจ.วี ที่เป็นบริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KTBST)โดยปัจจุบันในระยะเริ่มแรก บลจ.วี มีช่องทางการขายผ่านตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน (Selling Agent)ของ KTBST เพียงแห่งเดียว ซึ่งต่อไปในอนาคต บลจ.วี จะมีการขยายช่องทางการขายอื่นๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ บลจ.วี ยังเน้นการให้บริการด้านกองทุนรวมที่ออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของลูกค้าถึงแม้จะเป็น บลจ.ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ แต่ด้วยทีมงานของ บลจ.วี ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกองทุนรวมอันยาวนาน บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์กองทุนที่ตอบสนองความต้องการลงทุน และสร้างผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ น.ส.นิตยา เลิศแสงเพชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการ บลจ.วี กล่าวว่า จากแนวโน้มที่ความกังวลของตลาดในเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีท่าทีผ่อนคลายลง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯในปีนี้คาดว่าจะทรงตัว เพื่อช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่การประกาศผลประการของหุ้นในสหรัฐฯ มีผลประกอบการที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ รวมถึงตัวเลขชี้นำเศรษฐกิจหลายๆ เช่น ตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น การเติบโตของอัตราค่าจ้างที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะเอื้อต่อการใช้จ่ายในภาคการบริโภคเติบโตขึ้น และการเติบโตของยอดขายของหุ้นในดัชนีในไตรมาสที่ผ่านมา คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะยังมีแรงส่งให้ผลประกอบการของหุ้นสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ในปีนี้ “บลจ.วี มีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยคาดว่า การจัดพอร์ตการลงทุนและบริหารพอร์ตเชิงรุก (Active Management)จะสามารถสร้างโอกาสผลตอบแทนได้ บลจ.วี จึงเปิดขายเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด วี ยูเอส 6M (WE- US6M) ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค.62 เน้นการจัดลงทุนในกองทุน ETF ในสหรัฐฯ และ ETF กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่ายังมีการเติบโต และมีระดับราคาที่น่าลงทุน โดยปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อสร้างผลตอบแทน 6% ภายในระยะเวลา 6 เดือน” สำหรับกองทุน WE-US6M ตั้งเป้าผลตอบแทน 6% ใน 6 เดือน โดยกองทุนจะเลิกกองทุนตามเป้าหมายเมื่อมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)ผ่านระดับ 10.63 บาทต่อหน่วย และ NAV ที่รับซื้อคืนขั้นต่ำ 10.60 บาทต่อหน่วย โดยบริษัทจะดำเนินการสับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิด วี มันนี่ มาร์เก็ต ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันคำนวนราคารับซื้อคืนหน่วยอัตโนมัติ โดยมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท โดยกองทุนเปิด WE-US6M จะคัดเลือกหน่วยลงทุนของกองทุน ETF สหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง มีระดับราคาที่น่าสนใจ และมีปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยผลักดันการเติบโตได้ดีได้แก่ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (XLY US) กลุ่มพลังงาน(XLE ETF US) กลุ่มการเงิน(XLF US) กลุ่มเทคโนโลยี (XLK US) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (XLRE) กลุ่มสาธารณูปโภค(XLU) กลุ่มสุขภาพ(XLV) และกลุ่มอุปโภคบริโภค(XLP) โดยเน้นการจับจังหวะลงทุนซื้อขาย(sector rotation)เน้นการสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายเป็นหลัก นายอิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี)กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2019 ยังเติบโตได้ดี โดยได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของการลงทุนภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำกว่า 4% อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการปรับขึ้นเงินเดือนและลดภาษีของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงานตัวเลขการค้าปลีกที่ขยายตัวแข็งแกร่งระดับ 2.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับจีนที่กำลังได้ข้อยุติและกำลังลงนามความตกลงร่วมกันเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) ที่ชะลอการขึ้นอัตรดอกเบี้ยในปีนี้ช่วยผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งนี้จากปัจจัยดังกล่าว บลจ.วี คาดว่า ผลประกอบของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ จะมีการปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป และมีมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เติบโตแข็งแกร่งในช่วงไตรมาสต่อไปด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อพิจารณามูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แล้วจะเห็นได้ว่าปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 2 ย้อนหลังที่ 21.8 เท่า “จากมุมมองข้างต้น กลยุทธ์การจัดพอร์ตเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการจับจังหวะซื้อขาย กลุ่มอุตสาหกรรมในสหรัฐฯที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี มีระดับราคาย่อตัวลงมา เป็นกลยุทธ์ที่จะสร้างโอกาสตอบแทนตามที่คาดหวัง ในช่วง 6 เดือน ถือเป็นโอกาสที่สนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ”