นักลงทุนแห่จองหุ้นไอพีโอ SAK พร้อม SET 8 ธ.ค.นี้ รุกขึ้นผู้นำให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับชาติ
SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ปลื้มนักลงทุนแห่จองหุ้น IPO 546 ล้านหุ้นผลตอบรับดีเยี่ยม สะท้อนความเชื่อมั่นก้าวสู่ผู้นำให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับชาติ ชูแผนธุรกิจโดดเด่นเป้าเติบโตเท่าตัวในทุกมิติภายในปี 66 ขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท และจำนวนสาขาเป็น 1,119 แห่ง พร้อมลงทุนเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันรับแนวโน้มความต้องการสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้น สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกาศดีเดย์เตรียมนำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก 8 ธ.ค.นี้
น.ส.พันทิตา แซ่เอ็ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เปิดเผยว่า ในช่วงเปิดจองซื้อหุ้น IPO ของ SAK ระหว่างวันที่ 26-27 และ 30 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา มีนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ SAK มีสัดส่วนการถือหุ้นทั้งนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อยที่ดี สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จากศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย และโอกาสการเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้มั่นใจว่า SAK จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่ดีอย่างต่อเนื่องในวันที่เข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งกำหนดในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 หลังจาก SAK เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 546 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นครั้งนี้ กำหนดราคา IPO หุ้นละ 3.70 บาท คิดเป็นอัตรา P/E ปัจจุบันประมาณ 15.4 เท่า (เทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจที่ใกล้เคียงกันที่ 20.1-26.0 เท่า) โดยมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 6 ราย ประกอบด้วย บล.บัวหลวง จํากัด (มหาชน), บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน),บล.กรุงไทย ซิมิโก้ จำกัด,บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน),บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด และบล.ฟิลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยกล่าวว่า บริษัทพร้อมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลังการเข้าซื้อขายในตลาดฯด้วยการดำเนินธุรกิจและแผนงานการเติบโตที่มีความชัดเจนของบริษัท
สำหรับ SAK มีเป้าหมายสร้างการเติบโตในทุกมิติ โดยตั้งเป้าปี 2566 พอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท จากแผนการขยายสาขาและการนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับการให้บริการปล่อยสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว โดยช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึก การเสนอสินเชื่อ พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ จัดทำสัญญา รับชำระหนี้ บริหารหนี้สูญ ได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน Mobile Application และใช้เป็นเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงเรื่องคุณภาพของสินเชื่ออีกด้วย
นอกจากนี้บริษัทจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 1,119 สาขา จากเดิมมี 519 สาขา (ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) หรือเฉลี่ยปีละ 200 สาขา ด้วยโมเดลพื้นที่สาขาขนาดเล็กในจังหวัดเดิมและเพิ่มจังหวัดใหม่ๆ ที่ยังไม่มีสาขาของ SAK พร้อมบริหารจัดการแบบ Cluster ช่วยบริหารจัดการต้นทุนของ SAK ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการสินเชื่อของประชาชน
“วันนี้เราพร้อมรุกขยายธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกมิติ เพื่อผลักดันให้ SAK ก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำให้บริการสินเชื่อระดับชาติจากฐานทุนที่แข็งแกร่ง และจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงทีมพนักงานที่มีความเข้าใจลูกค้า ทำให้ SAK เข้าไปช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนประกอบอาชีพได้ดียิ่งขึ้น และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย”