"จุรินทร์" ชี้ราคาสินค้าต้องเป็นธรรมทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โอดของถูกไม่เป็นข่าว

เศรษฐกิจ24 มิ.ย. 2565 • 19:56 น.
"จุรินทร์" ชี้ราคาสินค้าต้องเป็นธรรมทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โอดของถูกไม่เป็นข่าว

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการดูแลราคาสินค้าว่า กระทรวงพาณิชย์จะใช้ ”วิน-วิน โมเดล” และนโยบายทั้งเชิงรุกและเชิงลึก ดูลึกในสินค้าแต่ละตัวอะไรที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจริงและสูงขึ้นเท่าไหร่ จนกระทั่งการผลิตขาดทุนหรือเดินหน้าต่อไม่ได้ กระทรวงพาณิชย์ต้องพิจารณาว่าการปรับราคาควรเป็นเท่าไหร่ให้น้อยที่สุดให้ผู้บริโภคเดือดร้อนน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอำนาจของกรมการค้าภายในไปช่วยดู แต่ตนให้นโยบายไปแล้วว่าใช้วิน-วิน โมเดล เช่นน้ำมันปาล์มขวดที่แพงขึ้นมาในช่วงหลังเยอะเพราะราคาผลปาล์มของเกษตรกรได้ราคาดีมาก เกษตรกรก็พอใจ แต่โรงสกัดกับโรงกลั่นน้ำมันขวดสำหรับผู้บริโภคไม่ค่อยพอใจเพราะต้นทุนแพงขึ้นเยอะ กระทรวงพาณิชย์พยายามกำกับราคาจำหน่ายไม่ให้ขึ้นสูงจนทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนจนเกินสมควร เรียกว่า วิน-วินโมเดล แต่ถ้าอะไรจำเป็นต้องปรับต้องมีราคากำกับดูแลว่า ถ้าต้นทุนผลปาล์มเท่านี้ ราคาน้ำมันปาล์มขวดควรไม่เกินเท่าไหร่ ถ้าขายเกินถือว่าค้ากำไรเกินควร ปัจจุบันที่ติดตามตลอด ยังไม่เกินราคาที่กำกับ แต่แน่นอนว่าจะปรับสูงขึ้นบ้างเพราะผลปาล์มราคาสูงขึ้นมาก

ทั้งนี้ที่ผ่านมาดูแลมาตลอดจะเห็นว่ารายการราคาสินค้ามีทั้งคงเดิมที่ตรึงไว้ได้ ปรับขึ้นและมีทั้งลดลง ราคาสินค้าที่ลดลงมีหลายรายการ แต่พูดแล้วไม่เป็นข่าว เช่น ATK ที่หลายคนเป็นห่วงว่า ราคาปรับลดลง 30-40% แล้ว ฟ้าทะลายโจร ช่วงหนึ่งที่เป็นห่วงว่าจะแพง จนคนจะไม่มีเงินซื้อทานได้ตอนนี้ราคาก็ปรับลง หลายรายการมากที่ราคาปรับลดลงมา แม้แต่ข้าวสารถุงราคาก็ปรับลดลงมา แต่บางช่วงสินค้าบางรายการเป็นเรื่องของฤดูกาล เช่น มะนาวขึ้นอยู่กับฤดูกาลหน้าร้อนจะแพง เพราะออกน้อยหน้าฝนออกเยอะก็จะราคาถูก เป็นต้น ขึ้นกับแต่ละกรณี เมื่อไม่กี่วันที่บ่นว่ามะนาวแพงขณะนี้ราคาถูกลงแล้ว หรือผักชี ช่วงน้ำท่วมผักชีราคาแพงเพราะหายไปจากตลาด เมื่อปลูกเสริมเข้ามาใหม่ปริมาณเยอะราคาก็ลดลง เป็นต้น

เมื่อถามถึงประเด็นราคาสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าฤดูกาล เช่น มาม่า ซอสปรุงรส นายจุรินทร์ กล่าวว่า ให้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละยี่ห้อ แต่ละลอตการผลิตดูลึกขนาดนั้น เพื่อดูแลผู้บริโภคให้ดีที่สุด ล็อตไหนต้นทุนไม่ขึ้นมากก็ขึ้นราคามากไม่ได้ ลอตไหนที่ต้นทุนอยู่เท่าเดิมก็จะตรึงราคาไว้ ลอตไหนที่ต้นทุนสูงขึ้นจริงก็จะพิจารณาตามข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าต้นทุนสูงขึ้นจริงก็จะต้องปรับเพื่อให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นของจะขาดแทนที่จะมีปัญหาเรื่องราคาข้อเดียว ซึ่งจะดูให้พออยู่ได้และขึ้นราคาไปน้อยที่สุด เพื่อให้กระทบประชาชนผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศน้อยที่สุด“กรมการค้าภายในจะเป็นผู้พิจารณา สำหรับมาม่า ขอขึ้นราคามาหลายครั้งแล้ว และกรมการค้าภายในพิจารณาอยู่ อะไรที่จะมีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ก็จะต้องดูด้วยความรอบคอบและดูให้ลึกในรายละเอียดจริงๆ แต่ไม่ได้แปลว่าจะดูเฉพาะผู้บริโภค ผู้ประกอบการไม่สนใจต้องให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายเพราะถ้าผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ของก็จะขาด ต้องดูให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน”