ร้อง"DSI"ไม่ยอมคืนทรัพย์สิน! "คลองจั่น"วอน"บิ๊กตู่"ปล่อยกู้ 3 หมื่นล./สหกรณ์เจ้าหนี้แห่หนุน/มั่นใจเงินไหลเข้า 600 ล./ปี
“สหกรณ์ฯคลองจั่น”ร้องนายกฯขอความช่วยเหลือเดินหน่าแผนฟื้นฟูฯ ระบุติดอุปสรรค“ดีเอสไอ”อายัดทรัพย์ แม้ศาลตัดสินให้ชนะคดี “ศุภชัย”วอนบิ๊กตู่ติดดาบ คกก.ฟื้นฟูฯ เผยมีสหกรณ์เจ้าหนี้พร้อมสนับสนุนโครงการบัญชีร่วมช่วยเติมสภาพคล่อง“สคจ.” ขอรัฐบาลไฟเขียงแบงก์รัฐปล่อยกู้ 3หมื่นล. คาดมีเงินไหลเข้าบัญชีร่วมปีละ 600 ล้าน ด้านสมาชิกอดีต ขรก.บำนาญวัย 90 ปี วอนนายกฯเมตตาช่วยเหลือเหยื่อผู้ยากไร้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประกิต พิลังกาสา ประธานคณะกรรมการผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น (สคจ.) ได้ยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เพื่อขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการดำเนินการแผนฟื้นฟู สคจ. เนื่องจากมีอุปสรรคเกี่ยวกับการระดมเงิน และการติดตามทรัพย์สินตลอดจนการขายทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้ ตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง
โดย นายประกิต เปิดเผยว่า สหกรณ์ฯคลองจั่นมีทรัพย์สินของตนเองที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ รวมทั้งทรัพย์สินของจำเลยคือนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหาร สคจ.ที่ยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ และพวก ที่สหกรณ์ฯ ดำเนินการติดตามยึดและยื่นขอบังคับคดีไว้จำนวนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทที่จะนำออกขายเพื่อได้เงินมาชำระหนี้ และที่ผ่านมานับแต่ปี 2559 สหกรณ์ฯ คลองจั่นได้ติดตามเงินจากคดีความที่ฟ้องร้องผู้กระทำผิดจนได้เงินกลับคืนมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ไปแล้วประมาณ 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในสิ้นปีนี้ สคจ.อาจจะชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ไม่ได้ เนื่องจากติดปัญหาเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์และการนำทรัพย์สินของสหกรณ์ที่ศาลตัดสินให้สหกรณ์ชนะคดีติดตามทรัพย์คืนจากนายศุภชัย และพวกโดยมีคำสั่งให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินและทรัพย์สินคืนให้สหกรณ์ฯ จำนวน 3,811 ล้านบาท แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)อายัดไว้เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน ซึ่งสหกรณ์ฯ ได้มีหนังสือแจ้ง ดีเอสไอ หลายฉบับขอให้เพิกถอนการอายัดและคืนให้แก่สหกรณ์ฯ เพราะต้องนำออกขายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้แต่ไม่เคยได้รับคำตอบชี้แจงจากดีเอสไอ
นอกจากนี้ สหกรณ์ฯได้ดำเนินการประกาศขายทรัพย์สิน จำนวน 2 แปลง ในราคาประมาณ 350 ล้านบาทซึ่งสูงกว่าราคาประเมินของบริษัทประเมินราคาอิสระ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นประกอบต่อศาลฯ แล้วว่าเห็นชอบให้ขายที่ดินได้ เพื่อนำเงินจำนวนนี้มาชำระหนี้ แต่เนื่องจากมีเจ้าหนี้ 1 รายคัดค้านศาลฯ จึงมีคำสั่งให้เปลี่ยนวิธีการขายโดยให้กรมบังคับคดีนำไปขายทอดตลาดแทน ซึ่งการขายทอดตลาดจะต้องใช้เวลากว่า 1 ปี และอาจขายได้ต่ำกว่าราคาตลาด ส่งผลให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนตามมาแก่เจ้าหนี้ที่รอรับการเยียวยาอย่างรุนแรง
ประธาน สคจ. กล่าวด้วยว่า สหกรณ์ฯต้องการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนฟื้นฟูกิจการ ปัจจุบันได้ดำเนินการคืบหน้าไปมากโดย นายกฯ มีนโยบายให้ขบวนการสหกรณ์ฯ ต้องช่วยเหลือกันเองด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลังจึงได้ประชุมหารือร่วมกันกับสหกรณ์เจ้าหนี้และสหกรณ์ฯ คลองจั่น พิจารณาแนวทางจัดทำโครงการบัญชีร่วมเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบสหกรณ์ โดยมีหลักการระดมเงินส่วนต่างของดอกเบี้ยที่เกิดจากการลงทุนของสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการนำฝากสะสมไว้ใน “บัญชีร่วมฯ” ให้มีจำนวนเงินมากพอที่จะสนับสนุนแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินทั้งระบบโดยไม่จำกัดเฉพาะสหกรณ์ฯ คลองจั่นเท่านั้น เสมือนหนึ่งเป็นโครงการนำร่องสู่การตั้งกองทุนสหกรณ์ต่อไป
“ขณะนี้มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการฯ โดยเสนอวงเงินที่จะขอกู้ยืมจากธนาคารของรัฐแล้วกว่า 30,000 ล้านบาทเพื่อนำไปลงทุนในกองทุนต่างๆของรัฐหรือให้กู้ยืมต่อแก่สมาชิก คาดว่าผลตอบแทนที่เป็นส่วนต่างของดอกเบี้ยที่จ่ายคืนธนาคารผู้ให้กู้จะมีอัตราประมาณร้อยละ 2 ซึ่งจะมีเงินเข้าบัญชีร่วมฯ ประมาณปีละ 600 ล้านบาท อย่างไรก็ตามโครงการฯ นี้ยังต้องรอความชัดเจนของนโยบายผู้บริหารระดับสูงของแต่ละกระทรวงในที่สุดเสียก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อโครงการฯ นี้” นายประกิต กล่าว
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรม์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิษณุ ชีวะสิทธิ์ สมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่น พร้อมสมาชิก ได้มายื่นหนังสือร้องทุกข์ผ่านศูนย์ดำรงธรรม โดยมีนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ศุนย์ดำรงธรรมเป็นผู้รับเรื่อง เพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลด้วย
ด้าน น.ส.อุ้ม ธนาวงค์ ข้าราชการบำนาญ อายุ 82 ปี กล่าวตนได้นำเงินออม และทรัพย์สนมรดกมาลงทุนกับสหกรณ์ฯคลองจั่น กว่า 8 ล้านบาท เพราะต้องการนำเงินปันผลมาใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่ต้องมาประสบปัญหาอดีตผู้บริหารทุจริต ตนอายุมากแล้ว มีปัญาด้านสุขภาพต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง และต้องด้องได้รับการผ่านตัด ขณะนี้ยังไม่มีเงินที่จะรักษาตัวเอง จึงขอวิงวอนรัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯเมตตาช่วยเหลือพวกตนที่เดือดร้อนด้วย
เช่นเดียวกับ นายนายสวัสดิ์ ใจอารีย์ อดีตข้าราชการกรมทางหลวง วัย 90 ปี ที่ต้องนั่งรถวิวแชร์มาเร้องเรียนอความอนุเคราะห์กับรัฐบาล กล่าวว่า ตนชราภาพมากแล้ว ทุกวันนี้ต้องเป็นคนพิการไม่สามารถเดินเหินได้ตามปกติ นำเงินบำนาญมาลงทุนกับสหกรณ์ฯ เพราะเห็นว่าเป็นการออมที่ปลอดภัย แต่ก็โชคร้ายต้องมาเจอกับปัญหาการทุจริตของอดีตคกก.คลองจั่น วันนี้ตนและสมาชิกได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากขอให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เร่งอนุมัติเงินกู้เพื่อให้การดำเนินการแผนฟื้นฟูเดินหน้าต่อไปด้วย