เปิดหน้าชก “ชูวิทย์-ศักดิ์สยาม” ปมเงินทอน 3 หมื่นล้าน!!! “รถไฟฟ้าสายสีส้ม” ปลุกกระแสสังคมช่วยตรวจสอบ!
เป็นเรื่องที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ กับการเดินออกมาประกาศถึงความไม่โปร่งใสใน “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ” ภายใต้การกำกับดูแลของ “การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” (รฟม.) วงเงินก่อสร้าง 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1.4 หมื่นล้านบาท ค่างานโยธา 9.6 หมื่นล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้าบริหารการเดินรถ ซ่อมบำรุง 3.2 หมื่นล้านบาทโดย รฟม. เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างช่วงตะวันตก ติดตั้งจัดหาระบบรถไฟฟ้า และรับสัมปทานเดินรถตลอดเส้นทาง 35.9 กิโลเมตร(กม.) แบ่งเป็น ส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และยกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 13.4 กม. 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) คาดว่าจะเปิดให้บริการส่วนตะวันออกเดือน สิงหาคม 2568 และส่วนตะวันตกเดือน ธันวาคม 2570
ที่เวลานี้เป็นประเด็นน่าสนใจของสังคมกับการที่ “นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” นักธุรกิจชื่อดัง เดินทางมาที่กระทรวงคมนาคม โดยอ้างว่าโครงการก่อสร้าง "รถไฟฟ้าสายสีส้ม" มีการล็อคสเปคในกระบวนกำหนด TOR รอบใหม่ หลังจากที่การประกวดราคาครั้งแรกถูกล้มไป และมีการปรับ TOR ใหม่ให้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เอกชนบางรายเข้าหลักเกณฑ์เพียงบริษัทเดียว ทำให้มีหลักฐานการทุจริต “ฮั้วประมูล และมีเงินทอน 30,000 ล้านบาท!!!”
งานนี้ทำเอาเจ้ากระทรวงคมนาคม “นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นั่งไม่ติดออกมาตอบโต้แบบดุเด็ด เผ็ดมัน!!!
ระบุว่าการพูดของนายชูวิทย์ตรรกะไม่มี ที่บอกว่ากระทรวงคมนาคมมีการทุจริตในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในเมื่อโครงการยังไม่มีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีการลงนามใดๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเสนอโครงการมาที่กระทรวงคมนาคม เพราะอยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยของกระบวนการยุติธรรม สิ่งสำคัญที่ตนได้ให้หลักการในการดำเนินการ คือจะต้องดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย มติ ครม. หากศาลวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ไปทางนั้น ไม่มีทางไปแบบอื่น
ส่วนกรณีที่บอกว่าโครงการนี้ทุจริตมากมายถึง 30,000 ล้านบาท ต้องถามกลับไปว่าเป็นไปได้หรือ เงินมากมายขนาดนี้ เพราะว่ากันว่าเงิน 1 ล้านบาทหนัก 1 กิโลกรัม แล้ว 30,000 ล้านบาท จะขนาดไหน แล้วจะเอาไปไว้ที่ไหน และโครงการไหนที่จะทำแบบนี้ได้ ผมว่าเป็นลักษณะของคนที่นอนไม่ค่อยหลับหรือไม่ นอกจากนอนไม่ค่อยหลับแล้วตื่นมาอาจจะไม่ได้ล้างหน้าด้วย ทำให้สติท่านไม่ค่อยดี!!!
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ “นายชยธรรม์ พรหมศร” ปลัดกระทรวงคมนาคม ทีมกฎหมาย และรฟม.ศึกษาข้อมูลทั้งหมด หากมีสิ่งใดที่มีการกล่าวหา และทำให้กระทรวงคมนาคม และ รฟม.เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสีย จะปล่อยไปไม่ได้ จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเรื่องความสงสัย ทำได้ตามกระบวนการ แต่เรื่องที่จะเอาข้อมูลหลักฐานที่ดูไม่ออกว่าคิดอะไรแต่นำมากล่าวหา ที่สำคัญที่ท่านควรระวังคือ อะไรก็ตามที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อย่าละเมิดอำนาจศาล
ขณะเดียวกันทาง “กระทรวงคมนาคม” ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โดยเห็นว่า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันให้เกิดแก่หน่วยราชการ และประชาชน เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากในขณะนี้ กระทรวงคมนาคมในฐานะเป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่กำกับดูแล รฟม. ตลอดจนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ มีความจำเป็นต้องขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมจากนายชูวิทย์ สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. บัญชีธนาคาร HSBC ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นของผู้ใด บัญชีเลขที่ อะไร และมีชื่อผู้ใดเป็นผู้โอนเงินจำนวน 30,000 ล้านบาท
2. เจ้าหน้าที่ของรัฐที่นายชูวิทย์ประสงค์จะกล่าวหาคือบุคคลใดบ้าง (ระบุชื่อ–นามสกุล) ดำรงตำแหน่งใด มีพฤติกรรมอย่างไรในการกระทำการทุจริตในโครงการดังกล่าว
3. มีพยานหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวหาตามที่ได้แถลงข่าวยืนยันตามข้อ 1 และข้อ 2 หรือไม่ อย่างไร
4. นายชูวิทย์ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้องตามข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์เป็นคดีอาญา ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วหรือไม่ อย่างไร ผลเป็นประการใด
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมขอให้นายชูวิทย์ จัดส่งข้อมูลรายละเอียด พร้อมพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้กับกระทรวงคมนาคมภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือฉบับนี้ เพื่อที่จะได้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว อันจะเป็นประโยชน์กับทางราชการและประชาชนต่อไป หากมีความคืบหน้าในการดำเนินการในกรณีนี้เป็นประการใด กระทรวงคมนาคมจะแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านทราบโดยทั่วกันต่อไป
การออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบของ “นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” เรื่องเงินทอน 30,000 ล้าน!! ในการก่อสร้าง “รถไฟฟ้าสายสีส้ม” ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จะมีมูลความจริงหรือไม่!?!
แต่อย่างน้อยก็ทำให้สังคมได้ตื่นตัวในการช่วยกันตรวจสอบ! เพราะเงินที่นำไปสร้างนั้น.....เป็น “ภาษี” ของเราล้วนๆ!!!