"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้! แกว่งในกรอบ รอ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ชี้ชะตาคดีคลิปเสียงนายกฯ จับตาดัชนี 1,235–1,270 จุด
ตลาดหุ้นไทย เช้าวันนี้ (29 ส.ค. 2568) เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบรอความชัดเจนทางการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่าย โดยนักวิเคราะห์ให้กรอบดัชนีแนวรับที่ 1,235 จุด และแนวต้านที่ 1,270 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยว่า ดัชนี SET เช้านี้คาดแกว่งบวก/ลบราว 10 จุด เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอติดตามคำตัดสินของศาลฯ หากนายกฯ ดำรงตำแหน่งต่อ ตลาดมีโอกาสตอบรับเชิงบวก แต่หากต้องพ้นตำแหน่ง ตลาดอาจเผชิญแรงขายระยะสั้น โดยสถิติชี้ว่า ดัชนีอาจปรับลดราว 0.7% ก่อนฟื้นตัวเมื่อการเมืองชัดเจนขึ้น
ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อย ส่วนตลาดหุ้นเอเชียแกว่งตัวสลับขึ้นลง โดยนักลงทุนรอทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ และตัวเลข PCE ที่จะประกาศคืนนี้
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง ให้กรอบดัชนี SET เช้าวันนี้ที่ 1,240–1,260 จุด พร้อมวิเคราะห์เป็น 3 กรณี ได้แก่
หากศาลวินิจฉัยว่า “นายกฯ ไม่ผิด” และดำรงตำแหน่งต่อ คาดตลาดอาจปรับลงชั่วคราวก่อนรีบาวด์ใน 1–2 วัน กรอบ 1,220–1,260 จุด
หาก “ถูกตัดสินว่าผิด” แต่สามารถเลือกนายกฯ คนใหม่จากขั้วรัฐบาลเดิมได้รวดเร็ว ตลาดมีโอกาสรีบาวด์ต่อเนื่องจากความหวังด้านการเมืองที่ไม่สะดุด
หาก “ถูกตัดสินว่าผิดและเกิดการสลับขั้วการเมือง” ตลาดมีความเสี่ยงปรับฐานลึก โดยดัชนีอาจลงต่ำกว่า 1,200 จุด
นายภูวดลเสริมว่า สองกรณีแรกมีความเป็นไปได้สูง และจะช่วยหนุนตลาดให้รีบาวด์ในท้ายที่สุด กลยุทธ์ลงทุนแนะนำสะสมหุ้น Big Cap กลุ่มโรงไฟฟ้า สื่อสาร ธนาคาร และพลังงาน ขณะที่หุ้นที่อิงกับการเลือกตั้งควรรอจังหวะ
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (28 ส.ค.) ดาวโจนส์ +0.16%, S&P500 +0.32%, Nasdaq +0.53%
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสม ดัชนีนิกเกอิ -0.13%, ฮั่งเส็ง +0.39%, เซี่ยงไฮ้คอมโพสิต -0.02%
ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (28 ส.ค.) ที่ 1,250.09 จุด +0.17% มูลค่าซื้อขาย 35,798.91 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 52.28 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิด +0.7% ที่ 64.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าเงินบาทเปิดแข็งค่า 32.29 บาท/ดอลลาร์ จับตาผลคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายกฯ
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นมาตรการเศรษฐกิจดิจิทัลจากธนาคารแห่งประเทศไทย, ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล, ค้าปลีก และสื่อสาร รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติที่ยังมีผลต่อความผันผวนของตลาด