ปฏิรูปภาคเกษตรไทยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันรับการค้ายุคดิจิทัล
ธ.ก.ส.จัดงาน “52 ปี ธ.ก.ส.สานพลัง ปฏิรูปภาคเกษตรไทย”ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตรโชว์โมเดลความสำเร็จของเกษตรกรลูกค้า สหกรณ์การเกษตร และผู้ประกอบการด้านเกษตร สร้างหัวขบวนนำการเปลี่ยนแปลง
เมื่อวันที่ 28 ม.ค.62 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในงาน“สานพลัง ปฏิรูปภาคเกษตรไทย” ในโอกาสครบรอบ 52 ปี ธ.ก.ส.โดยมีผู้แทนเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ สหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการเกษตรจากทั่วประเทศ พร้อมนายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้บริหารส่วนราชการ เอกชนและพนักงานต้อนรับ ภายในงานได้จัดบูธนิทรรศการแสดงผลงานด้านการปฏิรูป ทั้งการบริหารจัดการหนี้โมเดลการปรับ เปลี่ยน พัฒนา เพื่อปฏิรูปภาคเกษตรกรรม และช่องทางการตลาดยุคใหม่ที่อิมแพค ฮอลล์ 7 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า เนื่องจากรอบปีที่ผ่านมาเกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการลดภาระหนี้ เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปภาคเกษตรตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 ก.ค.61 เกษตรกร3.81 ล้านรายได้ลดดอกเบี้ยร้อยละ 3 และขยายเวลาชำระต้นเงิน 3 ปี ทำให้เกษตรกรผ่อนคลายปัญหาหนี้สินและมีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนการผลิตพืชตามความต้องการของตลาด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่กำหนดการจัดงาน “52 ปี ธ.ก.ส. สานพลัง ปฏิรูปภาคเกษตรไทย”ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคเกษตรไทยในปี 2562 โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษาในการพัฒนาภาคการเกษตรใน 3 ด้านคือ ปรับการเกษตรแบบดั้งเดิมมาใช้เทคโนโลยีและวัตกรรมการเกษตรเพื่อลดต้นทุน เช่น การผสมปุ๋ยใช้เอง การเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Agri-Tech เช่น การปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยด การใช้เครื่องจักรในการทำไร่อ้อย ใช้โดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น
ทั้งนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแรงงานในภาคการเกษตร เปลี่ยนการผลิตให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ โดยปลูกพืชตามแผนที่เกษตรหรือ Agri Map ในพื้นที่ที่เหมาะสมเช่น การปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา และผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยใช้หลัก “ตลาดนำการผลิต” เช่น การแปรรูป การทำเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ ชึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาด พร้อมเชื่อมโยงการตลาดหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลายช่องทาง เช่น จัดให้มี Branch Outlet การจัดตลาดของดีวิถีชุมชน ตลาดซื้อขายระบบ Online ผ่าน E-Commerce Platform
นอกจากนี้ยังมีการสร้างระบบเชื่อมโยงการให้บริการซื้อ-ขายสินค้าการเกษตร ปัจจัยการผลิต การจองที่พักแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เป็นต้น พัฒนาสหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการ SMAEs เป็นหัวขบวนนำการเปลี่ยนแปลง โดยสนับสนุนให้มีการผลิตการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่มูลค่าสินค้าเกษตรเช่น ธุรกิจรวบรวมและแปรรูปข้าวของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.)สุรินทร์ ผู้ประกอบการ SMAEs คิชฌกูฏออร์แกนิคฟาร์มที่ส่งเสริมรวบรวมและรับซื้อผักจากเกษตรกรรายย่อย ทำให้มีตลาดที่แน่นอนและมีรายได้มั่นคง
โดยไฮไลต์สำคัญในงานคือ การปฐกถาพิเศษโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ
การปฏิรูปภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในหัวข้อระบบตลาดนำการผลิต ช่องทางการตลาดยุคใหม่ สู่เวทีการค้าโลก และเรื่องบทบาทสถาบันการเงินสนับสนุนการปฏิรูปภาคเกษตรไทยโดย ธ.ก.ส.
นอกจากนี้ยังมีบูธนิทรรศการที่แสดงผลการดำเนินงาน ธ.ก.ส.ในการขับเคลื่อนนโยบายที่นำไปสู่การปฏิรูปภาคการเกษตรเช่น การบริหารจัดการหนี้ การแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งในและนอกระบบ การดำเนินการตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยใช้กลไกสหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการSMAEs จำนวนกว่า 9,000 ราย เป็นหัวขบวนช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วกว่า 300,000 รายในปีที่ผ่านมา ดังนั้นในปีบัญชี 2562 การนำ Model ความสำเร็จของเกษตรกรลูกค้า สหกรณ์การเกษตร และผู้ประกอบการSMAEs ที่จะเป็นหัวขบวนนำการเปลี่ยนแปลง มาเป็นผู้จุดประกายให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้ รวมทั้งขยายผลการให้ความช่วยเหลือไปยังเกษตรกรรายย่อยให้สามารถยกระดับรายได้ผ่านกลไกสหกรณ์และผู้ประกอบSMAEs อย่างยั่งยืน
ส่วนผลงานที่นำเสนอ ประกอบด้วยโครงการห่วงโซ่มูลค่าเพิ่ม (Value Chain) พืชหลัก เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน โคเนื้อ ยางพารา การปลูกผักปลอดสารพิษ โดยมีการจัดการแผนการผลิตตามสภาพพื้นที่เช่น การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังของสหกรณ์การเกษตรเมือง ตรอน จำกัด จ.อุตรดิตถ์ การปรับเปลี่ยนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเช่น คิชฌกูฏออร์แกนิคฟาร์ม จ.จันทบุรี ที่ใช้เทคโนโลยีในการปลูกพืชไร้ดิน ทำให้ผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มเป็นที่ต้องการของตลาด การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านกลไกสหกรณ์ เช่น สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.(สกต.)สุรินทร์ มีการรวบรวมข้าวจากสมาชิกนำมาแปรรูป มีการระดมทุนสร้างโรงสีโดยไม่ต้องกู้เงิน และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในการใช้เทคโนโลยีเครื่องกำจัดมอดด้วยคลื่นวิทยุ ทำให้ข้าวสารปลอดภัยจากการใช้สารกำจัดแมลง
ขณะที่การจัดการมันสำปะหลังครบวงจร ของ สกต.สระแก้ว ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยด การรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกด้วยการประกันราคา เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาด และผลิตภัณฑ์ต่างๆ พร้อมเชื่อมโยงการตลาดกับสหกรณ์อื่นๆ เป็นต้นรวมถึงแนวทางการสร้างความยั่งยืนผ่านโครงการธนาคารต้นไม้สู่ชุมชนไม้มีค่า โครงการชุมชนท่องเที่ยว โดยยกระดับชุมชนที่มีทรัพยากรธรรมชาติ มาเป็นจุดเสริมในการสร้างงาน สร้างรายได้ และการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม
โดยที่สำคัญคือ การบริหารจัดการด้านการตลาดสำหรับเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์เช่น A-Farm Mart ซึ่งเป็น E-Commerce PlatForm ที่ ธ.ก.ส.ร่วมกับบริษัทไทยธุรกิจเกษตรพัฒนาขึ้น ภายในงานมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมให้สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการSMAEs ลงทะเบียนสินค้า เพื่อจำหน่ายแบบ Online บน PlatForm ดังกล่าว ซึ่งจะมีการเปิดตัวโครงการในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ยังมีทายาทเกษตรกร ผู้ประกอบการSMAEs เกษตรรุ่นใหม่ที่นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาร่วมโชว์และแชร์ความคิดในการผลิต การใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อสร้างพลังในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ ธ.ก.ส.จึงถือโอกาสนี้เชิญพนักงาน ธ.ก.ส.ในพื้นที่มาเพื่อเรียนรู้ และซักซ้อมทำความเข้าใจ
ในการขยายผลภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าว
สำหรับการปฏิรูปภาคการเกษตรไทย จะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเกษตรกรไทย ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรในรูปแบบเดิมไปสู่การพัฒนาแบบครบวงจร เพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขของเกษตรกรไทย ที่มั่นคงและยั่งยืน ธ.ก.ส.จึงเป็นมากกว่าธนาคาร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย