เงินเฟ้อ พ.ค.ขยายตัว 2.44% เป็นเดือนที่ 2 พลังงาน-อาหารสด ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งปีคาด 0.7-1.7%
นายวิชานัน วินาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ค.64 เท่ากับ 99.55 เทียบกับเดือนเม.ย.64 ลดลง 0.93% เทียบกับพ.ค.63 เพิ่มขึ้น 2.44% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 5 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.83% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออกพบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.45 ลดลง 0.11% เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.2564 และเพิ่มขึ้น 0.49% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.63 และเฉลี่ย 5 เดือนเพิ่มขึ้น 0.23%
โดยปัจจัยสำคัญยังคงเป็นการสูงขึ้นของราคาพลังงาน ที่ขยายตัวสูงถึง 24.79% ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด อาทิ เนื้อสุกร สัตว์น้ำ อาหารทะเล และผลไม้ ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปาของรัฐ และการลดลงของราคาอาหารสดบางชนิด อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ และผักสดเป็นปัจจัยที่ชะลอ มิให้เงินเฟ้อสูงเร็วเกินไป สำหรับสินค้าในหมวดอื่น ๆ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางที่ปกติ สอดคล้องกับผลผลิตและ ความต้องการในสถานการณ์ปัจจุบัน
"เงินเฟ้อได้รับอิทธิพลมาจากราคาพลังงานสูงมาก เพราะราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มอาหารสดเป็นตัวเหวี่ยง มีทั้งขึ้นและลง และมีมาตรการภาครัฐ ที่ออกมาเป็นระยะๆ เป็นตัวฉุดไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเร็วเกินไป"
สำหรับเดือนพ.ค.64 มีสินค้าที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น 220 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา น้ำมันพืช เนื้อสุกร กระดูกซี่โครงหมู ข้าวราดแกง เงาะ กล้วยน้ำว้า ลดลง 141 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว พริกสด หอมแดง ผักชี มะเขือ แตงกวา กระเทียม ชะอม เป็นต้น และไม่เปลี่ยนแปลง 69 รายการ
ทั้งนี้แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนมิ.ย.64 คาดว่าจะยังคงเป็นบวกอยู่ แต่ไม่น่าจะสูงเท่ากับเดือนพ.ค.64 โดยไตรมาส 2 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.30% และไตรมาส 3 และ 4 ยังเป็นบวกอยู่ แต่ค่อยๆลดลง โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงาน สินค้าอาหารสด ที่มีทั้งบวกและลบ โดยกลุ่มที่คาดว่าจะลดลง เช่น ข้าว ผักสด ผลไม้บางชนิด ที่จะมีราคาผันผวนบ้าง ส่วนกลุ่มที่ไม่ใช่อาหารสด ค่อนข้างนิ่ง ยกเว้นมีมาตรการรัฐที่จะเข้ามาช่วยลดค่าครองชีพ จะเป็นตัวเบี่ยงเบน
ส่วนเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง โดยปัจจัยสำคัญยังคงเป็นราคาพลังงานและอาหารสดบางชนิดที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน ขณะที่สินค้าและบริการอื่นๆยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกลไกตลาดในทิศทางปกติ นอกจากนั้น มาตรการของรัฐ ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดค่าครองชีพ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อในแต่ละช่วงเวลา
ทั้งนี้ สนค.คาดว่า เงินเฟ้อในปี 2564 จะเคลื่อนไหวระหว่าง 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ถ้าสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนเป้าหมายตัวเลขเงินเฟ้ออีกครั้ง