“การบินไทย” ฟันเฟืองขับเคลื่อนหนุนท่องเที่ยวไทย พร้อมสนองนโยบายรัฐบาลสร้างรายได้เข้าประเทศ
จากแนวทางรัฐบาลต้องการที่จะกระตุันเม็ดเงินเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในแนวทาง คือ การขับเคลื่อนการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายใหญ่ของการท่องเที่ยวปี 2567 มุ่งหวังจะให้รายได้จากการท่องเที่ยวขึ้นไปทะลุ 3.1 ล้านล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 40 ล้านคน
ขณะที่ในปี 2566 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ 28 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 6 แสนล้านบาท ซึ่งหากรวมกับรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศอีก 1 ล้านล้านบาท ก็จะทำให้ปีนี้มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2.4 ล้านล้านบาท
เป็นการคาดหวังของรัฐบาลในการสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ!!
และการที่จะนำนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาประเทศไทยนั้น "การบินไทย" ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการอำนวยความสะดวก และเป็นหน้าตาของประเทศในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น
ทั้งนี้ "สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์" ได้สัมภาษณ์ "นายชาย เอี่ยมศิริ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย โดยกล่าวว่า ณ เวลานี้ ตลาดญี่ปุ่นถือว่ามียอดขายดีที่สุดในกลุ่มเอเชียเหนือ (ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง) โดยการบินไทยบินไปญี่ปุ่น 5 เมือง คือ โตเกียว (นาริตะ, ฮาเนดะ) , นาโกยา,โอซากา, ฟุกุโอกะ, ซัปโปโร คาดว่าจะมี Cabin Factor ในช่วงต.ค.-ธ.ค.66 เฉลี่ย 80-85% ซึ่งตั้งแต่ต.ค.นี้จะเพิ่มความถี่ในเส้นทางญี่ปุ่น ได้แก่ ซัปโปโร จาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ฟุกุโอกะ จาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ โตเกียว (นาริตะ / ฮาเนดะ) 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนเมืองเซนได การบินไทยยังไม่กลับมาเปิดบินเพราะเห็นว่าเป็นตลาดที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก
นายชาย กล่าวว่า คาดการณ์ว่าความต้องการของชาวญี่ปุ่นที่จะเดินทางมายังประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้รณรงค์ให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางไปยังต่างประเทศมากขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ โควิด-19 ได้คลี่คลายมากขึ้นแล้ว ซึ่งประเทศไทยถือเป็นจุดมุ่งหมายอันดับต้นๆสำหรับชาวญี่ปุ่น เพื่อเดินทางไปพักผ่อนหรือติดต่อเจรจาธุรกิจ อีกทั้งการบินไทยยังมีเครือข่ายเส้นทางการบินที่ครอบคลุมจุดมุ่งหมายของชาวญี่ปุ่นต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น CLMV, อินเดีย, ปากีสถานหรือยุโรป จึงคาดว่าในปี 67 การเดินทางของชาวญี่ปุ่นมายังไทยน่าจะมีจำนวนมาก
ขณะที่ตลาดเส้นทางจีน จากการประกาศวีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าประเทศไทย มีผลตั้งแต่ 25 ก.ย.66 - 29 ก.พ.67 ส่งผลให้ยอดจองใน Travel online platform เช่น Ctrip, Tuniu จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นทิศทางที่ดีต่อการตอบรับการเดินทาง รวมทั้งการเดินทางในช่วงวันชาติจีนที่จะถึง ในวันที่ 1 ต.ค.66 ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็น นักท่องเที่ยวแบบเดินทางคนเดียว (FIT) เพิ่มขึ้น และแนวโน้มจะเป็นผู้โดยสารที่มีอายุน้อยเดินทาง ส่วนนักท่องเที่ยวลักษณะกลุ่มใหญ่ที่จะเดินทางมาจากเมืองรองเป็นส่วนใหญ่ ต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตามการบินไทยจะมีการเพิ่มเที่ยวบินเส้นทางบินจีน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ ได้แก่ ปักกิ่ง จาก 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว ทำการบิน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, คุนหมิง จาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, เฉิงตู จาก 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
นอกจากนี้การบินไทยจะเปิดเส้นทางใหม่ กรุงเทพฯ-อิสตันบูล ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 66 ซึ่งเส้นทางนี้การบินไทยได้ทำโค้ดแชร์กับสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ ทั้งนี้ อิสตันบูล เป็นจุดศูนย์กลางระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ที่สามารถเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยังจุดหมายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยการบินไทยจะทำการบินด้วยแอร์บัส A350-900 จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์
สำหรับเส้นทางภายในประเทศ การบินไทยจะทยอยทำการบินเส้นทางในประเทศรวม 9 เส้นทาง ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320 ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ต. เป็นต้นไป ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี กระบี่ หาดใหญ่ นราธิวาส และภูเก็ต
นายชาย กล่าวถึงการจัดหาเครื่องบินใหม่เพื่อมาเสริมศักยภาพในการบินว่า แผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยจะมีฝูงบิน 95 ลำภายในปี 70 โดยปัจจุบัน มีเครื่องบิน 45 ลำ และได้จัดหาใหม่ 11 ลำ ที่จะทยอยรับมอบในต้นปี 67 รวมแล้วเป็น 56 ลำ เมื่อรวมกับเครื่องบินที่สายการบินไทยสมายล์ทำการบินจะโอนกลับมาที่การบินไทยทั้งหมด 20 ลำ การบินไทยจะมีฝูงบิน 76 ลำ ขณะเดียวกันก็ต้องปลดระวางเครื่องบิน B777-200 ER ออกไป 5 ลำ ก็จะเหลือ 90 ลำ
ดังนั้นการบินไทยก็ต้องจัดหาเพิ่มอีก 14 ลำ ภายในปี 70 โดยรุ่นเครื่องบินที่ต้องการเข้ามาเสริมทัพ เป็น A350, B777 ,B787 ทั้งนี้ เมื่อการบินไทยมีเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมทัพ ก็เตรียมที่จะกลับไปบินเมืองออสโล , มิลาน และซิดนีย์ ที่มีดีมานด์อยู่
เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไปว่า "การบินไทย" จะเดินหน้าการอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้มากน้อยแค่ไหน!?!
จะสามารถเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวอย่างที่รัฐบาลตั้งใจไว้ได้หรือไม่!!!
รอติดตามชม!!!