ยอดจองรถ“งาน Outlet มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน”พุ่ง40 คัน-ยอดขายสินค้า 1.5 ล้าน

เศรษฐกิจ29 ธ.ค. 2562 • 14:22 น.
ยอดจองรถ“งาน Outlet มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน”พุ่ง40 คัน-ยอดขายสินค้า 1.5 ล้าน
“กสอ.”เผยยอดจองรถงาน Outletมหกรรมสินค้า ราคาโรงงาน รวมกว่า 40 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท ขณะที่สินค้าทั่วไปจากผู้ประกอบการยอดขายรวมกว่า 1.5 ล้านบาท ระบุเสื้อผ้า-เครื่องประดับ-กระเป๋าหนังครองแชมป์สินค้าขายดี น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดงาน “Outlet ของขวัญเพื่อประชาชน มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน” ระหว่างวันที่ 24-26 ธ.ค.ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)ได้ร่วมมือกับ 8 ค่ายรถยนต์ได้แก่ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซูซูกิ เอ็มจี นิสสัน มิตซูบิชิ มาสด้า และโตโยต้านำรถมาออกบูทพร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยพบว่าได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก มียอดจองรถภายในงานจำนวน 15 คัน และมีแนวโน้มการจองในเดือนม.ค.-มี.ค.63 อีก 27 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท โดยรถที่ประชาชนและข้าราชการสนใจมากที่สุดคือ รถค่ายมาสด้า มียอดจองในงาน 6 คัน ขณะที่ฮอนด้ามียอดจองในงาน 4 คัน และมียอดแนวโน้มการจองมากถึง 10 คัน ขณะที่ยอดจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการที่เคยเข้ารับการอบรม ส่งเสริม สนับสนุนจาก กสอ.ผ่านโครงการต่างๆมีจำนวนรวมกว่า 1,500,000 บาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือเสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าฝ้ายย้อมคราม เครื่องประดับเงินแท้และคริสตัล กระเป๋าเครื่องหนัง เสื้อผ้าชาวเขา และอาหารสำเร็จรูป ส่วนยอดจำหน่ายสินค้าของหน่วยงานอื่นในกระทรวงอุตสาหกรรมอาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม,กรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.),สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.),สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายพบว่า มียอดจำหน่ายรวมกว่า 13 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม,เครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์,เสื้อผ้า,เครื่องแต่งกาย,เครื่องสำอาง,อุปกรณ์เครื่องครัวและเครื่องใช้ในบ้าน และอุปกรณ์เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน ทั้งนี้ตลอดการจัดงานกระทรวงอุตสาหกรรมได้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนที่ร่วมงาน พบว่า 99% ต้องการให้จัดการต่อ โดยต้องการให้จัดการรูปแบบนี้ทุกปี เพิ่มวันจำหน่ายสินค้า ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณา “การจัดงาน Outlet ของขวัญเพื่อประชาชน มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน นอกจากจะมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในกระทรวงอุตสาหกรรมในการลดภาระการจับจ่ายสินค้าให้ได้ราคาที่ถูกแล้วยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการกระตุ้นยอดขาย และทดสอบตลาดสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ทำให้สามารถทราบความต้องการของผู้บริโภค เกิดการพัฒนาสินค้าที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการปั้น ปรุง เปลี่ยนเอสเอ็มอีให้ดีพร้อม (DIProm)ตามที่ได้แถลงนโยบายปี 2563 ไปก่อนหน้านี้”