TTA รายงานผลประกอบการ ปี 2561 ด้วยความแข็งแกร่งของธุรกิจขนส่งทางเรือ
กรุงเทพฯ : 1 มีนาคม 2562 – บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เผยผลประกอบการปี 2561 มีผลกำไรสุทธิ 210.0 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 3,087.0 ล้านบาท และ EBITDA 1,457.5 ล้านบาท เนื่องมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ
ในปี 2561 TTA มีรายได้รวมทั้งสิ้น 13,946.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ คิดเป็นร้อยละ 42 กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง ร้อยละ 22 กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร ร้อยละ 20 และกลุ่มการลงทุนอื่น ร้อยละ 16 ของรายได้รวมทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 401.0 ล้านบาท โตขึ้นร้อยละ 19 จากปีก่อน
TTA ยังคงมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง และกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร อย่างต่อเนื่อง และขณะเดียวกัน ได้ขยายกลุ่มการลงทุนอื่นเพื่อลดความเสี่ยง พร้อมวางแผนให้กลุ่มการลงทุนอื่นเติบโตเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในอนาคต
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ เป็นผลมาจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นและขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้น แนวโน้มขาขึ้นของตลาดขนส่งสินค้าทางเรือ สะท้อนให้เห็นได้จากค่าดัชนี บอลติค (BDI) ที่เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 1,145 จุดในปี 2560 เป็นเฉลี่ย 1,353 จุดในปี 2561
กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง ยังคงพบกับความท้าทาย เนื่องจากงานวิศวกรรมใต้ทะเลด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช้เรือ (Non-Vessel Subsea Project) มีปริมาณลดลง อีกทั้งเรือหลักทั้ง 4 ลำของของ เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) ได้ถูกส่งเข้าอู่แห้งเพื่อบำรุงรักษา อย่างไรก็ตาม เรือทั้ง 4 ลำได้กลับมาพร้อมให้บริการแล้วในปี 2562 ส่วนข้อตกลงระหว่างกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน OPEC และ non-OPEC ซึ่งรวมถึงประเทศรัสเซีย ที่จะลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนปี 2562 มีแนวโน้มสร้างความเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบในปี 2562 อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวน ทั้งนี้ในปี 2561 มีการซื้อขายน้ำมันอยู่ในกรอบราคา 50 ถึง 86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรพบความท้าทายเช่นกัน จากราคาสินค้าเกษตรกรรมที่ตกต่ำ ส่งผลให้ความต้องการปุ๋ยภายในประเทศชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ปริมาณส่งออกปุ๋ยโตขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน และรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นโตขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อน
ในปี 2561 TTA ได้ขยายกลุ่มการลงทุนอื่นให้เติบโตขึ้นในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และในธุรกิจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ บริษัทได้เข้าถือหุ้นร้อยละ 80.5 ของ บริษัท เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และให้บริการครบวงจรทางด้านการบริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ บริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ได้รับสิทธิในการเข้าทำสัญญาแฟรนไชส์กับบริษัทย่อยของ ยัม! แบรนด์ส อิงค์ ในการบริหารทาโก้ เบลล์ เชนร้านอาหารกึ่งเม็กซิกันสไตล์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในประเทศไทย
ผลการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ : โทรีเซน ชิปปิ้ง ทำกำไรสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ 1,047.2 ล้านบาท โตขึ้นร้อยละ 157 จากปีก่อน รายได้ค่าระวางโตขึ้นร้อยละ 45 จากปีก่อน เป็น 5,816.5 ล้านบาท เป็นผลจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้นและขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้น ส่วน EBITDA โตขึ้นร้อยละ 70 เป็น 1,551.4 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตราค่าระวางเรือได้ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 37 จากปีก่อน จากค่าเฉลี่ย 8,469 เหรียญสหรัฐต่อวันในปี 2560 เป็น 11,591 เหรียญสหรัฐต่อวันในปี 2561 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ อยู่ที่ 1,780.3 ล้านบาท โตขึ้นร้อยละ 64 จากปีก่อน
TTA ยังคงดำเนินแผนปรับปรุงกองเรืออย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ได้ซื้อเรือขนส่งสินค้าเพิ่ม 2 ลำ และขายเรือเก่าไป 2 ลำ ทำให้ ณ สิ้นปี 2561 โทรีเซน ชิปปิ้ง เป็นเจ้าของเรือทั้งหมด 21 ลำ มีปริมาณระวางบรรทุกเฉลี่ย 55,285 เดทเวทตัน และมีอายุเฉลี่ย 11.71 ปี ปัจจุบัน โทรีเซน ชิปปิ้ง กำลังปรับกองเรือให้พร้อมเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ขององค์การทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2563
กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง : ปี 2561 นับเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับ บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ เมอร์เมด เนื่องจากเรือวิศวกรรมใต้ทะเลหลักทั้ง 4 ลำถูกส่งเข้าอู่แห้งเพื่อบำรุงรักษา ประกอบกับปริมาณงานวิศวกรรมใต้ทะเลที่ไม่ใช้เรือลดลง ด้วยเหตุนี้ ในปี 2561 กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่งรายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 511.1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้ประโยชน์จากเรือยังคงที่อยู่ที่ร้อยละ 52 ส่วนกำไรขั้นต้นเป็นบวกอยู่ที่ 145.6 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจขุดเจาะ เรือขุดเจาะอายุมากประเภท tender rig 2 ลำ ได้ถูกขายออกไป เพื่อลดต้นทุนจากสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ส่วนเรือขุดเจาะประเภท jack-up drilling rigs สเปคสูง จำนวน 3 ลำ ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัทร่วมแห่งหนึ่ง มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือเฉลี่ยสูงเกือบ 100% นอกจากนี้ เรือทั้ง 3 ลำ ยังคงดำเนินงานภายใต้สัญญาระยะยาวกับลูกค้าในตะวันออกกลางจนถึงปี 2562 และมีโอกาสได้ต่อสัญญาใหม่
กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร : ปริมาณขายปุ๋ยทั้งหมดของ บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA ค่อนข้างคงที่จากปีก่อน อยู่ที่ 183.9 พันตัน อย่างไรก็ดี ราคาพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญตกต่ำ ทำให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน และหันไปใช้ปุ๋ยที่มีราคาต่ำกว่า ทำให้ในปี 2561 ปริมาณขายปุ๋ยเชิงเดี่ยว (Single Fertilizer) เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 จากปีก่อน เป็น 22.4 พันตัน และปริมาณขายปุ๋ยเชิงผสม NPK (NPK Fertilizer) ลดลงร้อยละ 7 จากปีก่อน เป็น 161.5 พันตัน ส่วนปริมาณขายปุ๋ยภายในประเทศลดลงร้อยละ 4 จากปีก่อน เป็น 116.7 พันตัน เนื่องจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวและการแข่งขันในประเทศเวียดนาม
ทั้งนี้ ปริมาณการส่งออกปุ๋ยของ PMTA ได้โตขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน เป็น 67.2 พันตัน สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของตลาดฟิลิปปินส์และการเปิดตลาดใหม่ในประเทศพม่า นอกจากนี้ รายได้ของธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นยังได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เป็น 181.9 ล้านบาท
นอกจากธุรกิจปุ๋ยเคมีแล้ว รายได้จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่โรงงานและรายได้อื่นรวมเป็น 67.6 ล้านบาท ในปี 2561 พื้นที่บางส่วนถูกนำมาใช้จัดเก็บวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ย ส่วนพื้นที่ส่วนที่เหลือถูกนำมาให้เช่าเต็มทั้งหมด
กลุ่มการลงทุนอื่น : ในกลุ่มการลงทุนอื่น TTA มุ่งเน้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การบริหารทรัพยากรน้ำ และโลจิสติกส์ พร้อมตั้งเป้าสร้างกลุ่มการลงทุนอื่นให้เติบโตเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในอนาคต
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม : บริษัท พีเอช แคปปิตอล จำกัด หรือ PHC ซึ่ง TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ พิซซ่าฮัท เพียงรายเดียวในประเทศไทย จาก ยัม! แบรนด์ อิงค์ ในปี 2560 และได้ขยายสาขา พิซซ่าฮัท เพิ่มเป็น 137 สาขาทั่วประเทศไทย ณ สิ้นปี 2561 เพิ่มขึ้น 29 สาขาจากสิ้นปี 2560
บริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด หรือ STC ซึ่ง TTA ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 ได้รับสิทธิในการเข้าทำสัญญาแฟรนไชส์กับ บริษัท ทาโก้ เบลล์ เรสเตอรองค์ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ยัม! แบรนด์ส อิงค์ ในการบริหาร ทาโก้ เบลล์ เชนร้านอาหารกึ่งเม็กซิกันสไตล์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีแผนขยาย ทาโก้ เบลล์ เพิ่มเป็น 40 สาขา ภายใน 5 ปีนี้
ธุรกิจการบริหารทรัพยากรน้ำ : TTA เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 80.5 ของบริษัท เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และให้บริการครบวงจรทางด้านการบริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ AIM ยังได้รับสัมปทานในการจำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง ประเทศลาว ผ่าน บริษัท เอเชีย น้ำประปา หลวงพระบาง จำกัด ซึ่ง AIM ถือหุ้นร้อยละ 66.7