ราชกิจจาฯประกาศระเบียบใหม่ บอร์ด ก.ล.ต.แต่งตั้งรักษาการแทน เลขาได้
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการ ก.ล.ต.ว่าด้วยการรักษาการแทนเลขาธิการ ระบุถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่งตั้งรองเลขาฯคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.66 เป็นต้นไป
วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยกรรักษาการแทนเลขาธิการ พ.ศ. 2566 ลงนามโดยนายพิชิต อัคราทิตย์ ประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีเนื้อหาว่า โดยที่มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2553
ประกอบกับมาตรา 23 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการใด เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต.และปฏิบัติการอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือตามกฎหมายอื่น โดยมีเลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงานและรับผิดชอบในการดำเนินกิจการทั้งปวงของสำนักงานและรับผิดชอบต่อคณะกรรมการก.ล.ต.
ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการสามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องตามความมุ่งหมายของกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 (4) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติตังกล่าว จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1.ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรักษาการแทนเลขาธิการ พ.ศ.2542
ข้อ 2.ในกณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองเลขาธิการเป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ ถ้ามีรองเลขาธิการหลายคน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้งรองเลขาธิการคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้รองเลขาธิการที่มีอาวุโสสูงสุดตามลำดับเป็นผู้รักษาการแทน
ข้อ 3.ให้ผู้รักษาการแทนเลขาธิการมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการ การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ผู้รักษาการแทนจะใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมิได้ เว้นแต่เป็นการรักษาการแทนเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ
ข้อ 4. ในกรณีที่มีกฎหมายหรือคำสั่งอื่นใดแต่งตั้งเลขาธิการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือกำหนดให้เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการตามการแต่งตั้งหรือที่กำหนดนั้น แล้วแต่กรณี
ข้อ 5 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2566 เป็นต้นไป)