ทั่วโลกต้องหันมามอง “ข้าวเหนียวมะม่วง” ฟีเวอร์! โอกาสทอง “ชาวสวน-ชาวนา” หวังลืมตาอ้าปาก

เศรษฐกิจ22 เม.ย. 2565 • 16:15 น.
ทั่วโลกต้องหันมามอง “ข้าวเหนียวมะม่วง” ฟีเวอร์!  โอกาสทอง “ชาวสวน-ชาวนา”  หวังลืมตาอ้าปาก
กระแสฟีเวอร์ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ที่ดังไปทั่วโลก จนถึงขนาดที่ประเทศไทยเตรียมที่จะเสนอเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ หรือ “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งต้นสายปลายเหตุเกิดจากการที่ “น้องมิลลิ” หรือ “ดนุภา คณาธีรกุล” แร็ปเปอร์สาวชื่อดัง ที่ขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีและศิลปะระดับโลกอย่าง Coachella แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยช่วงท้ายของการโชว์ได้กินข้าวเหนียวมะม่วง เพื่อเชิญชวนให้ชาวต่างประเทศมาเที่ยวเมืองไทย ชิมของหวานแสนอร่อย จนกลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั้งโลก ทำให้เกิดกระแสข้าวเหนียวมะม่วงฟีเวอร์ ขึ้นมาทันที!!! ทั้งนี้ “นายชาย นครชัย” อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นเมนูที่อยู่ในโครงการ Thai Dishcovery : New Thai Dish for New Gen ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเชฟจากร้านอาหารชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ พัฒนารูปลักษณ์ รูปแบบการนำเสนอ และรสชาติให้ตอบโจทย์ของกระแสทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความอร่อยแบบไทยดั้งเดิมด้วย และการที่นักร้องอย่างมิลลิ นำข้าวเหนียวมะม่วงไปกินบนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลก ย่อมส่งผลให้ชาวต่างชาติที่ชมคอนเสิร์ตสนใจในข้าวเหนียวมะม่วงอย่างแน่นอน ซึ่งปรากฏการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” แห่งวง Blackpink เคยพูดถึงลูกชิ้นยืนกินที่ จ.บุรีรัมย์ ก็ส่งผลให้ลูกชิ้นยืนกินขายดีขึ้นมาทันที และจากการที่ #MILLILiveatCoachella ของเธอขึ้นติดเทรนด์อันดับ 1 ของประเทศไทยในทวิตเตอร์ พร้อมกับความนิยมในตัว “ข้าวเหนียวมะม่วง” ส่งผลให้ “LINE MAN” ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ มียอดสั่งซื้อเมนูข้าวเหนียวมะม่วงทั่วประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเติบโตกว่า 3.5 เท่า ภายใน 24 ชั่วโมง เทียบช่วงเวลาปกติ โดยช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานสั่งข้าวเหนียวมะม่วงดีลิเวอรี่มากที่สุดคือ ช่วง 15.00-19.00 น. พื้นที่ที่มีการสั่งสูงสุด ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่, อำเภอเมืองนนทบุรี และเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ “นายเอ็กซ์ แซ่จ้าว” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผลิตภัณฑ์ On-Demand Services จาก LINE MAN Wongnai กล่าวว่า กระแสเมนูข้าวเหนียวมะม่วง คาดการณ์ว่าจะขายดีต่อเนื่องไปอีก 1-2 เดือนข้างหน้า จาก 3 ปัจจัย คือ 1. กระแสจากมิลลิที่ช่วยจุดความสนใจให้กับเมนูดังกล่าว 2. ปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ช่วงของมะม่วงที่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล และ 3. ร้านอาหารเริ่มมีการเพิ่มเมนูข้าวเหนียวมะม่วงเข้ามาเป็นเมนูแนะนำ ส่วนผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงต่อกระแสฟีเวอร์ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ในครั้งนี้หนีไม่พ้นชาวสวนผลไม้ และชาวนา ซึ่ง “นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การที่คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการบริโภคผลไม้ไทยนับเป็นการสิ่งที่น่ายินดีมาก เพราะส่งผลดีโดยตรงไปถึงเกษตรกรชาวสวนผลไม้ผู้ปลูกมะม่วง รวมถึงชาวนาที่ปลูกข้าวเหนียว และอยากขอความร่วมมือจากประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ได้หันมาบริโภคผลไม้ของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น สำหรับประเทศไทยนั้น เป็นผู้ส่งออกมะม่วงสดอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงประมาณ 621,000 ไร่ โดยมีสายพันธุ์มะม่วงเพื่อการค้า ประกอบด้วยน้ำดอกไม้เบอร์สี่ น้ำดอกไม้สีทอง เขียวเสวย ฟ้าลั่น โชคอนันต์ มหาชนก อกร่องทอง อกร่องเขียว อกร่องพิกุลทอง) แรด ขายตึก เพชรบ้านลาด มันเดือนเก้า มันขุนศรี มะม่วงเบา น้ำดอกไม้มัน แก้ว หนังกลางวัน โดยตลาดส่งออกหลัก อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น ขณะที่ “นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การที่ศิลปินชาวไทย น้องมิลลิ ที่นำข้าวเหนียวมะม่วง เป็น Soft Power Content บนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลก ถือเป็นไอเดียที่ดี และน่าชื่นชม เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งในหลายด้าน โดยเฉพาะอาหารไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก สำหรับกิจกรรมแรกของปีนี้คือ การผลักดัน Soft Power ผ่านภาพยนตร์ แอนิเมชั่นและดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ในโครงการ Content Pitching เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ผู้เจรจาจากบริษัทฝั่งไทยสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 815 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกในการดึงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงชื่อดัง ร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย เกิดการสร้างเครือข่าย ขยายโอกาสเผยแพร่ผลงานดังกล่าวสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม แหล่งวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอีกด้วย ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวเหนียว ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 (ม.ค.- ก.พ. 65) มีปริมาณ 29,312 ตัน มูลค่ารวม 594.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.98 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ลาว เวียดนาม และญี่ปุ่น ขณะที่การส่งออกมะม่วงสดช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 (ม.ค. - ก.พ. 65) มีปริมาณ 10,398 ตัน มูลค่ารวม 403.51 ล้านบาท ตลาดส่งออกมะม่วงสดที่สำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เมียนมา ลาว สิงคโปร์ รัสเซีย เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจีน หวังว่ากระแส! “ข้าวเหนียวมะม่วง” ฟีเวอร์ จะเป็นการจุดประกายให้กับสินค้าเกษตรของไทยมากขึ้น โอกาสทอง “ชาวสวน-ชาวนา” ที่หวังลืมตาอ้าปาก รัฐบาลใช้โอกาสนี้เกาะกระแส สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศก็เป็นเรื่องที่สมควร! แต่!!!ถ้าช้าก็ไม่รู้จะมีโอกาสดี ๆ แบบนี้อีกหรือไม่!?!