คลังการันตีไทยไม่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำปี 40 ชี้ เสถียรภาพการเงินการคลังเข้มแข็ง พร้อมอัดเงินกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
ขุนคลังย้ำเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง มั่นใจไม่ซ้ำรอยปี 2540 เผยเสถียรภาพการเงินการคลังเข้มแข็ง ไม่น่าห่วง พร้อมออกมาตรการเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย ป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจโลก เผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอัดฉีดตรงจุด
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวในงานสัมมนาแผนรบสยบวิกฤติ Episode I : Do or Die ไม่ทำก็ตาย ว่า ยืนยันไทยจะไม่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนปี 2540 เพราะวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ธุรกิจใหญ่ เล็ก รวมถึงบริษัทต่างๆล้มจำนวนมาก สถาบันการเงินได้รับความเสียหาย ซึ่งเศรษฐกิจไทยปีนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าเงินกู้ระยะสั้นถึง 3 เท่า สถาบันการจัดอันดับต่างๆ มองว่าไทยมีความแข็งแกร่งมาก แต่ยอมรับเศรษฐกิจโลกยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังน่ากังวล เพราะมีแนวโน้มจะแย่ลงอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระทบให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงตามไปด้วย
ทั้งนี้รัฐบาลจึงมีการวางยุทธศาสตร์ประเทศด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ซึ่งยืนยันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่มาตรการถาวร หลังจากหมดมาตรการจะสรุปและพิจารณามาตรการที่มีความเหมาะสมแต่ละด้านต่อไป โดยจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการประเมิน ยืนยันว่ากระตุ้นตรงจุด โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และภาคการท่องเที่ยวให้มีเม็ดเงินใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ไม่ได้หว่านเงินลงไปเฉยๆ ช่วยเขาให้มีของในกระเป๋าจับจ่ายใช้สอยทันที วัตถุประสงค์ให้เกิดการบริโภคในประเทศในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีผลต่อเศรษฐกิจทันทีและไม่ให้เศรษฐกิจโลกที่ถดถอยมากระทบให้เราเซ
โดยรัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนประเทศระยะ 4-5 ปีข้างหน้าให้เติบโตได้มากขึ้น โดยจะเน้นการพัฒนาให้ไทยก้าวทันโลก ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรม บริการ และพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมทั้งการจูงใจให้เกิดการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างประเทศ โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจครั้งต่อไปจะมีการพิจารณามาตรการดึงดูดการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และการดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะการเตรียมรับมือสังคมผู้สูงวัย
“ทุกวันนี้คนสนใจเมืองไทยมาก ได้คุยกับนักลงทุน บริษัทใหญ่ๆข้ามชาติจำนวนมาก เพราะเรามีความพร้อมทุกอย่าง ที่ตั้ง ตลาด และกำลังคน และถ้ามีการลงทุนเพื่ออนาคตปรับเปลี่ยนประเทศได้จริง ไทยจะถือเป็นจุดสนใจที่สุดในอาเซียน”