ลุ้น!! “ดิจิทัลวอลเล็ต” จุดเสี่ยงตาย “รัฐบาลเศรษฐา” ความชัดเจนที่สังคมจับตาท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้า!
ความชัดเจนของ โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่กำลังเป็นที่จับตามองของสังคมว่าจะมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้นหรือไม่!?! เพราะที่ผ่านมาหลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะกลายเป็นจุดเสี่ยงตายของ “รัฐบาลเศรษฐา”!!!
โดยล่าสุดการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา มีการกำหนดระบบเพื่อรองรับการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งได้เริ่มลงทะเบียนในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 เวลา 08.00 น. จากเดิมที่กำหนดลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 สิงหาคม 2567
อีกทั้งมีหนึ่งประเด็นที่ต้องการความชัดเจนในเรื่อง “ผู้ป่วยติดเตียงที่ยังไม่ถึงผู้พิการ” นั้น โดยทางกระทรวงการคลังได้มีการพูดคุยกันแล้ว แต่สุดท้ายต้องพูดคุยกับกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ หากผู้ที่ลงทะเบียนก็ต้องมีหลักฐานยืนยันว่า เขาเป็นผู้ป่วยประเภทนี้ เพราะการลงทะเบียนจะไม่ได้ต่างจากคนปกติ หากมีสมาร์ทโฟนก็ลงทะเบียนปกติ แต่ในเรื่องของการใช้เงิน อาจจะต้องมีการปลดล็อกอย่างการใช้ face to face
ขณะที่เรื่องความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวของประชาชนในแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” กระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ในแอปฯ “ทางรัฐ” เป็นระบบการยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูงสุด เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งในขณะนี้มีประชาชนเข้ามาโหลดและลงทะเบียนในแอปฯทางรัฐเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนต่อวัน และมีการลงทะเบียนมาแล้วรวม 10 กว่าล้านคน ถือเป็นประโยชน์กับระบบมากที่จะทำให้การโหลดของระบบเป็นไปอย่างราบรื่น และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
โดยแอปฯ “ทางรัฐ” จะกลายเป็นซูเปอร์แอปฯในอนาคตที่จะเป็นศูนย์รวมบริการภาครัฐเป็นจำนวนมาก และมีหน่วยงานของรัฐมาเชื่อมต่อในเรื่องบริการหลาย ๆ ส่วน ซึ่งในส่วนกลไกดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะมีการเตรียมพร้อมรองรับ แต่บางหน่วยงานที่มาเชื่อมต่อ กระบวนการที่ประชาชนได้เข้าทดลองใช้ดูบางส่วนยังมีความล่าช้า เพราะไม่ได้เตรียมการเอาไว้ ตรงนี้ถือเป็นข้อดีที่จะได้เห็นข้อจำกัดบริการของภาครัฐ และคงมีการประสานงานเพื่อให้อัปเกรดเรื่องปริมาณการเข้าถึงให้มากขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีการออกมาเตือนจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยบอกว่า กรณีที่ข่าวบิดเบือน เรื่องผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินดิจิทัลโอนเข้าบัตรประชาชนโดยอัตโนมัตินั้น “ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง”
ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีจำนวน 14.98 ล้านคนทั่วประเทศ จะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีสมาร์ทโฟน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2567 โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟน ดังนี้ 1. แอปพลิเคชัน “App Store” สำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) ดาวน์โหลดได้ที่ https://apps.apple.com/.../%E0%B8%97%E0.../id1514331336... และ 2. แอปพลิเคชัน “Google Play” สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ดาวน์โหลดได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details...
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนนั้น จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการในระหว่างวันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567 ณ สถานที่ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งจะมีการแจ้งระบุสถานที่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน. Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจในมุมมองของร้านค้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิจิทัลวอลเล็ต โดย “น.ส.ประภัสสร รังสิโรจน์” นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด บอกว่า จากการสอบถามสมาชิกและผู้ประกอบการด้านอาหาร ไม่ค่อยมีรายใดอยากได้หรือสนใจเข้าโครงการเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท พิจารณากันในด้านข้อกำหนดการใช้ และประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับไม่ได้ชัดเจน ไม่รู้ว่าสุดท้ายงบประมาณที่ใช้กับโครงการนี้ ตกไปอยู่ที่รายใด เงื่อนไขไม่ได้กระจายเหมือนการใช้เงินสดกระจายไปทั่วถึงกว่า อีกทั้งถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าโครงการเงินดิจิทัลจะเริ่มได้ใช้กันจริงๆ เมื่อใด
เช่นเดียวกับ “คุณคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ” เจ้าของเพจ “ขายดีไปด้วยกัน” และเจ้าของร้านหอมมัน ข้าวมันไก่เดลิเวอรี ให้ความเห็นว่า ในฐานะที่ตนเป็นที่ปรึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับ การทำธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ได้รับรู้สถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการร้านอาหารรายเล็ก ที่อยู่บนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ต่างรอคอยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ โดยเฉพาะการเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะส่งผลดีใน 3 ด้าน คือ 1. สร้างความเท่าเทียมไม่ให้ร้านเล็กที่ไม่มีหน้าร้านเสียเปรียบ 2.กระตุ้นยอดขายและเพิ่มรายได้ และ 3.เพิ่มโอกาสให้ร้านที่อยู่ไกลหรือเดินทางยาก รวมทั้งเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงร้านค้าที่หลากหลาย ซึ่งในอดีตโครงการคนละครึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าฟู้ดเดลิเวอรีช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภค สอดรับกับพฤติกรรมการใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่เติบโตมาก
ทั้งนี้หากฟู้ดเดลิเวอรีได้เข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งร้านอาหารและผู้บริโภค ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการอัดฉีดเงินให้ประชาชนอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มโอกาสและทางรอดให้กับผู้ประกอบการอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรง นำไปสู่การสร้างวงจรการเติบโตที่เข้มแข็งของทั้งประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนอย่างแท้จริง
หลังจากนี้ต้องติดตามกันต่อไป!!!
“ดิจิทัลวอลเล็ต” จะกลายเป็นจุดเสี่ยงตาย “รัฐบาลเศรษฐา” หรือไม่!?!