“สศค.”ย้ำผู้บริการสินเชื่อพิกโก้ฯพร้อมพักหนี้เงินต้น-ลด ดบ.อุ้มลูกค้าพิษโควิด-เข้มเจ้าหนี้นอกระบบโหด

เศรษฐกิจ28 เม.ย. 2563 • 03:12 น.
“สศค.”ย้ำผู้บริการสินเชื่อพิกโก้ฯพร้อมพักหนี้เงินต้น-ลด ดบ.อุ้มลูกค้าพิษโควิด-เข้มเจ้าหนี้นอกระบบโหด
"สศค."ระบุผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโก้ไฟแนนซ์กว่า 250 รายพร้อมเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ช่วงโควิด-19 โดยการพักหนี้เงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และขยายเวลาจ่ายคืนหนี้ เผยสิ้นเดือนก.พ.63 นิติบุคคลยื่นขอตั้งพิโกไฟแนนซ์-พิโกพลัสรวม 1,168 ราย ได้ใบอนุญาตแล้ว 816 รายพร้อมประสานตำรวจจัดการเจ้าหนี้นอกระบบทวงหนี้ผิดกฎหมายจับกุมได้เกือบ 5.5 พันคน นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยว่า ในเดือนมี.ค.63 สศค.ได้มีหนังสือถึงผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และได้เปิดดำเนินการให้บริการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เพื่อขอความร่วมมือเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19 ด้วยความสมัครใจ และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จำนวนมากกว่า 250 ราย แจ้งตอบรับเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19 ทั้งในเรื่องของการพักชำระต้น การลดอัตราดอกเบี้ย และการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ด้วย โดยนับตั้งแต่เดือนธ.ค.59 จนถึง ณ สิ้นเดือนมี.ค.63 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อทั้งประเภทพิโกไฟแนนซ์และประเภทพิโกพลัสรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,324 ราย ใน 76 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ นครราชสีมา (112 ราย) กรุงเทพมหานคร (106 ราย) และขอนแก่น (66 ราย) ตามลำดับ ขณะเดียวกันในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีจำนวนนิติบุคคลที่แจ้งคืนคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์รวมทั้งสิ้น 135 ราย ใน 52 จังหวัด จึงคงเหลือจำนวนนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ทั้ง 2 ประเภทสุทธิ 1,189 ราย ใน 75 จังหวัด โดยมีจำนวนผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ทั้ง 2 ประเภทสุทธิ 862 ราย ใน 73 จังหวัด (ขอคืนใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์จำนวน 21 ราย และขอเปลี่ยนใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์เป็นประเภทพิโกพลัส จำนวน 36 ราย) ทั้งนี้มีจำนวนผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ทั้ง 2 ประเภท ได้แจ้งเปิดดำเนินการแล้ว 722 ราย ใน 71 จังหวัด และมีรายละเอียดคือ สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ มีจำนวนผู้ยื่นคำขออนุญาตสุทธิทั้งสิ้น 1,033 ราย ใน 75 จังหวัด มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สุทธิทั้งสิ้น 802 รายใน 73 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 687 รายใน 70 จังหวัด สำหรับสินเชื่อประเภทพิโกพลัส มีจำนวนผู้ยื่นคำขออนุญาตสุทธิทั้งสิ้น 156 ราย ใน 54 จังหวัด ประกอบด้วยนิติบุคคลที่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์เดิมและเปิดดำเนินการแล้วมายื่นขอเปลี่ยนใบคำขออนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสจำนวน 83 รายใน 38 จังหวัด และเป็นนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตใหม่จำนวน 73 รายใน 29 จังหวัด โดยมีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสแล้ว 60 รายใน 25 จังหวัด และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 35 รายใน 19 จังหวัด ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 จังหวัดได้แก่ สุรินทร์และศรีสะเกษ อย่างไรก็ตามยอดสินเชื่ออนุมัติสินเชื่อประเภทพิกโก้ไฟแนนซ์และสินเชื่อประเภทพิโก้พลัส ณ สิ้นเดือนก.พ.63 มีทั้งสิ้น 229,563 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 6,114.34 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ยจำนวน 26,634.69 บาทต่อบัญชี ประกอบด้วยสินเชื่อแบบมีหลักประกันจำนวน 115,223 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 3,299.58 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54% ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันจำนวน 114,340 บัญชี เป็นจำนวนเงิน 2,814.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น 46% ของจำนวนยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างสะสมรวมในช่วงเวลาเดียวกันจะมีทั้งสิ้น 95,324 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 2,480.76 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1-3 เดือน สะสมรวมจำนวน 11,440 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 305.08 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.30 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 11,165 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงิน 296.36 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 11.95 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม ขณะที่ความคืบหน้าในการปล่อยสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินจากธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนมี.ค.60 จนถึงสิ้นเดือนมี.ค.63 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของโครงการสินเชื่อดังกล่าวนั้น ทั้ง 2 ธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อสะสมรวมทั้งสิ้น 624,384 ราย รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 27,366.17 ล้านบาท ทั้งนี้สามารถจำแนกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไปจำนวนทั้งสิ้น 578,597 ราย รวมเป็นจำนวนเงิน 25,390.98 ล้านบาท และเป็นสินเชื่อที่อนุมัติให้กับผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่มีหนี้นอกระบบจำนวน 45,787 ราย รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,975.19 ล้านบาท ส่วนการดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตง.) ยังคงกวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดสะสมนับตั้งแต่เดือนต.ค.59 เป็นต้นมา จนถึงสิ้นเดือนมี.ค.63 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 5,448 คน