เงินบาทปิด 35.82 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์หน้า 35.25-36.25 บาท จับตาตัวเลขส่งออกไทย-ประชุม กนง.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบที่ผันผวน ระหว่างวันที่ 21-25 พ.ย.65 โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ แม้ว่าจีดีพีไตรมาส 3/65 ของไทย จะออกมาดีกว่าที่คาด ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกและการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย นำโดย เงินหยวน ซึ่งเจอแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและมาตรการสกัดการระบาดของโควิดในจีน นอกจากนี้ แรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติก็เป็นปัจจัยลบของค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 36.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง เนื่องจากบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดเมื่อวันที่ 1-2 พ.ย.65 ตอกย้ำโอกาสที่เฟดจะชะลอขนาดการขึ้นดอกเบี้ยนในเดือน ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ กรอบการแข็งค่าของเงินบาทจำกัดลงอีกครั้ง โดยเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ตามค่าเงินหยวน หลังจากที่ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดรอติดตามสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินจากที่ประชุม กนง. รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วงปลายเดือน พ.ย.65
ในวันศุกร์ที่ 25 พ.ย.2565 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.82 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 35.76 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 พ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 21-25 พ.ย.2565 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 5,388 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตร 11,666 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิพันธบัตร 8,775 ล้านบาท ขณะที่มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 2,891 ล้านบาท
สัปดาห์ถัดไป (28 พ.ย.-2 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 35.25-36.25 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟด ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานเศรษฐกิจการเงินและข้อมูลการส่งออกของไทยเดือน ต.ค.
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิต ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือน พ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือน ต.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/65 (prelim.) และรายงาน Beige Book ของเฟด นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการเดือน พ.ย. ของจีน ทิศทางสกุลเงินเอเชียและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายด้วยเช่นกัน