“กขค.”เตือน BDMS ซื้อหุ้น BH ต้องขออนุญาตก่อนรวมธุรกิจ สกัดผูกขาดการค้ารายใหญ่รวบตลาด

เศรษฐกิจ28 ก.พ. 2563 • 04:00 น.
“กขค.”เตือน  BDMS ซื้อหุ้น BH ต้องขออนุญาตก่อนรวมธุรกิจ สกัดผูกขาดการค้ารายใหญ่รวบตลาด
ตามที่ปรากฎเป็นข่าวครึกโครมว่า บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) จะเข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข (Conditional Voluntary Tender Offer)ในหุ้นทั้งหมดของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุน นักวิชาการ และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสถานพยาบาลว่ากรณีดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และในฐานะโฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ชี้แจงว่า ตามหลักกฎหมายการแข่งขันทางการค้า มีเจตนารมย์ที่จะมุ่งให้ตลาดมีการแข่งขันมากที่สุด โดยการแข่งขันนั้นจะต้องมีความเป็นธรรมควบคู่กันไปด้วย ในอีกด้านหนึ่งต้องปกป้องตลาดไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งเข้าไปผูกขาดหรือจำกัดการแข่งขันหรือทำให้การแข่งขันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกฎหมายการแข่งขันทางการค้าฉบับปัจจุบันได้มีการปรับแก้ไขมาจากฉบับปี พ.ศ.2542 และมีความชัดเจนในการบังคับใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการรวมธุรกิจ ซึ่งมีการกำหนดไว้ชัดเจนใน 2 กรณี โดยกรณีที่ 1 หากรวมธุรกิจแล้วทำให้เกิดการผูกขาด หรือมีอำนาจเหนือตลาด (ส่วนแบ่งตลาด50% ขึ้นไป และมียอดเงินขายรวม 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป) กรณีนี้จะต้องดำเนินการขออนุญาต และได้รับอนุญาตจาก กขค.ก่อนจึงจะสามารทำการรวมธุรกิจได้ ส่วนกรณีที่ 2 หากร่วมธุรกิจแล้วทำให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญในตลาดใดตลาดหนึ่ง (ส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า 50% และมียอดเงินขายรวม 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป) กรณีนี้ต้องแจ้งผลการรวมธุรกิจกับ กขค.ภายในระยะเวลา 7 วัน นับจากวันที่รวมธุรกิจเสร็จสิ้น สำหรับกรณีของ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (BDMS) หากมีการดำเนินการเข้าซื้อหลักทรัพย์ของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (BH)จริงตามที่เป็นข่าวต้องขออนุญาตจาก กขค.ก่อนดำเนินการ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดเป็นลำดับต้นของประเทศ ซึ่งจะส่งผลทำให้จำนวนผู้แข่งขันและสภาพการแข่งขันในตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งยังจะต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและผู้บริโภคว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใดอีกด้วย นอกจากนี้ กขค.ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ๆ ที่กำลังมีแผนการควบรวมธุรกิจหรือเข้าซื้อหุ้นในธุรกิจอื่นให้ศึกษากฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันการกระทำผิดตามกฎหมายแข่งขันทางการค้าโดยมีได้ตั้งใจ ทั้งนี้หากไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรมในการรวมธุรกิจ