รบ.ฉีด 2 หมื่นล.บรรเทาค่าไฟแพง
"รมว.พลังงาน"เผย"ครม."รับทราบมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน22 ล้านราย เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. คาดใช้เงินอุดหนุน 2.37 หมื่นล้านบาท "ครม."รับทราบส่วนราชการปรับลดงบประมาณปี 64 เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาโควิด-19
เมื่อวันที่ 21 เม.ย.63 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าในกลุ่มของไฟบ้านที่ใช้ในครัวเรือนอย่างถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิตของประชาชน ที่ร่วมมือกันดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยการทำงานที่บ้าน หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และทั้ง 3 การไฟฟ้า ได้ร่วมกันหารือเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้นจะเป็นการช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 22 ล้านราย เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. ได้ประมาณการว่ามาตรการดังกล่าว จะต้องใช้งบประมาณ 23,688 ล้านบาท
"ยืนยันว่าจะต้องมีการทำการบ้านพิจารณาหามาตรการมารองรับเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบต่อไป ส่วนภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบ ก็เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ หรือแจ้งตรงมายังตนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ศึกษาปัญหาและอุปสรรค ก่อนจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง"
นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการเยียวยาค่าไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา มี 2 กลุ่ม คือ 1.มิเตอร์ไฟขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ จะได้ใช้ฟรี 150 หน่วย/เดือน หากเกินก็จะได้รับการดูแลให้ใช้ฟรีเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มนี้จะใช้ไม่เกินปริมาณ 150 หน่วยเป็นปกติ และถือว่าใช้ไฟน้อย 2.มิเตอร์ไฟขนาดเกิน 5 แอมป์ จะมีข้อกำหนดคือ หากใช้มากกว่าเดือน ก.พ. แต่ไม่เกิน 800 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. แต่หากใช้เกิน 800 หน่วย แต่ไม่เกิน 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. บวกกับส่วนที่เกิน 800 หน่วย ซึ่งได้รับส่วนลด 50% และหากใช้เกิน 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. บวกกับส่วนที่เกิน ซึ่งได้รับส่วนลด 30% โดยการลดหย่อนดังกล่าวจะมีการคืนค่าใช้จ่ายให้ในรอบบิลถัดไป
วันเดียวกัน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่ส่วนราชการต่างๆ เสนอ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อาทิ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปรับลด 60,271,400 บาท, สถาบันพระปกเกล้า ปรับลด 20,968,163 บาท, สำนักงานศาลยุติธรรม ปรับลด 157,866,100 บาท, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปรับลด 33,806,000 บาท, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปรับลด 23,079,100 บาท, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปรับลด 166,725,600 บาท, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปรับลด 298,516,800 บาท, สำนักงานอัยการสูงสุด ปรับลด 141,716,500 บาท, สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปรับลด 10,556,300 บาท และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ปรับลด 13.9633 ล้านบาท