“RCL”ย้ำตัวเลขส่งออกลดไม่กระทบธุรกิจขนส่งทางทะเล พร้อมเปิดตัวเรือลำใหม่ดันรายได้สิ้นปีโต10%

เศรษฐกิจ2 ส.ค. 2562 • 17:02 น.
“RCL”ย้ำตัวเลขส่งออกลดไม่กระทบธุรกิจขนส่งทางทะเล พร้อมเปิดตัวเรือลำใหม่ดันรายได้สิ้นปีโต10%
อาร์ ซี แอล ผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลสัญชาติไทย เผยภาพรวมตัวเลขส่งออกลดลง แต่ยังไม่กระทบธุรกิจขนส่งทางทะเลมาก ชี้ Value ลดลงจริง แต่ Volume คงที่ เผยผลประกอบการไตรมาสแรกโตขึ้น 8% โดยรายได้กลางปีคาดเป็นไปตามเป้า เชื่อสิ้นปี 62 รายได้ทะยาน 10% ขณะที่ภาพรวมอีก 5 ปีแนวโน้มยังดี พร้อมเปิดตัวเรือเดินสมุทรลำใหม่ มูลค่าพันล้านบาทด้วยนวัตกรรมใหม่รองรับระเบียบการเดินเรือโลก นายทวินโชค ตันธุวนิตย์ SVP Chief of Region and Business Development บมจ.อาร์ ซี แอล เปิดเผยว่า ปัจจุบันเราเป็นบริษัทสัญชาติไทยเพียงเจ้าเดียวที่ให้บริการในด้านนี้ คือบริการขนส่งสินค้าทางทะเลที่มีเรือเดินสมุทรและตู้คอนเทนเนอร์เป็นของตนเอง และมีการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่ครบวงจร มีเรือให้บริการหมุนเวียนอยู่ประมาณ 48 ลำ ล่าสุดเพิ่งรับมอบเรือไปเมื่อปีก่อน 2 ลำ และรับมอบเป็นลำที่ 3 พร้อมทยอยรับมอบอีกในสิ้นปีนี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรือธงไทยทั้งสิ้น สำหรับธุรกิจขนส่งสินค้าของบริษัทถือว่าครอบคลุมทั้งหมดของภูมิภาคเอเซียและตะวันออกกลาง มีเส้นทางเดินเรือประจำอยู่กว่า 40 เส้นทาง และสามารถกระจายสินค้าได้กว่า 60 เมืองทั่วภูมิภาค มีเรือให้บริการขนาดตั้งแต่ไซส์ 200 ตู้ ไปจนถึงกว่า 8,000 ตู้ ถือว่าเราเป็นหนึ่งในบริษัทของไทยที่ให้บริการในระดับมาตราฐาน และสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของภูมิภาคอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ได้อย่างทัดเทียม ขณะที่ธุรกิจของบริษัท โดยเฉลี่ยที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ประมาณปีละ 17,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสม่ำเสมอ โดยในปี 2562 ช่วงไตรมาสแรกมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 133 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯหรือประมาณ 4,250 ล้านบาท ซึ่งถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนคือ 120 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯถือว่าโตขึ้นกว่า 11% ทำให้มั่นใจว่ายอดสรุปรายได้ครึ่งปี 2562 นี้ น่าจะเป็นไปตามเป้า ส่งผลให้รายได้สิ้นปีเป็นไปตามแผนงาน คือโตขึ้นจากปีก่อนไม่น้อยกว่า 9-10% ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากแผนการปฏิบัติงานนอกจากเพิ่มจำนวนเรือแล้วยังได้นำเทคโนโยลี และเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยมากขึ้น ทั้งระบบหุ่นยนต์ ซอฟต์แวร์ระบบจัดการที่เน้นการบริหารจัดการ ผ่านการทำระบบ Big data ที่จะช่วยให้การเข้าถึงลูกค้าดีมากขึ้น การแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น อีกทั้งยังจะมีการส่งเสริมการนำระบบ Business Intelligence มาช่วยในการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ “บริษัทตระหนักว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว การแข่งขันในตลาดสูงขึ้น ทุกบริษัทมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เราจึงหยุดนิ่งไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจส่งออกมีมูลค่าที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และปัจจัยอื่นๆ ทำให้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ ธุรกิจขนส่งทางทะเลก็เช่นกันที่ต้องปรับตัว และเตรียมรับมือ” ส่วนผลกระทบจากตัวเลขส่งออกที่ลดลงนั้น เนื่องจากบริษัทมีบริการที่ครบวงจร รองรับในทุกๆ ขั้นตอน ทำให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบมากนัก ที่สำคัญถึงมูลค่าการส่งออกจะลดลงคือ Value ลดลง แต่ในเรื่องของปริมาณหรือ Volume ไม่ได้ลดลงอย่างที่คิด ปริมาณการส่งออกยังคงอยู่ในอัตราคงที่ มีการส่งออกสินค้าอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจเปลี่ยนไปที่ตัวของสินค้า และราคาของสินค้าที่ส่งออก จึงอาจสรุปได้ว่า ณ ปัจจุบันธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลยังมีอัตราการเติบโตที่คงที่ และใน 5 ปีข้างหน้ายังคงมีการเติบโตอยู่ “ยิ่งปัจจุบันมีการเข้าถึงการสั่งสินค้าระหว่างประเทศได้ง่ายขึ้น แนวโน้มการขนส่งทางทะเลจึงยังคงเป็นไปในทางที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบริษัทต้องมีการเตรียมแผนงานล่วงหน้าในการรับมือไว้เช่นกัน โดยหนึ่งในนั้นคือการนำเทคโนโลยี และระบบ Business intelligence มาช่วย ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทำให้เราบริหารและจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” กัปตัน กุลเกียรติ บุญเทียม กัปตันเรือกล่าวว่า ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่ง นอกจากระบบบริหารจัดการแล้ว ตัวเรือก็มีส่วนสำคัญมาก บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดูแล บำรุงรักษา และมีการซื้อเรือเพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนให้ใหม่ และพร้อมให้บริการอยู่เสมอ โดยเรือลำนี้เพิ่งได้รับมาใหม่ ตั้งชื่อว่า LALIT BHUM หมายถึงดินแดนแห่งความงดงาม มีขนาดความยาว 172.00 เมตร กว้าง 27.50 เมตร สูง 45.30 เมตร ทำความเร็วได้ 21 น๊อต สามารถบรรทุกสินค้าได้ 1,668 TEUS และมีลูกเรือประจำทั้งหมด 18 คน โดยจุดเด่นของเรือลำนี้คือเทคโนโลยีต่างๆที่เพิ่มขึ้น สำคัญคือด้านการประหยัดน้ำมันลดลงจากเรือในคลาสเดียวกันที่ผลิตก่อนประมาณ 20% ซึ่งช่วยให้ค่า Carbon Footprint หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกลดลงตามไปด้วยเช่นกัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกเรือ นอกจากนี้ บริษัทยังตระหนักถึงคุณภาพของสิ่งแวดล้อม โดยเรือลำนี้ได้ทำการติดตั้งเครื่องกรองไอเสียเพื่อช่วยลดบริมาณ Sulphur (กำมะถัน)ที่เรือปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศจากปกติ 3.5% จนเหลือไม่เกิน 0.5% รวมทั้งยังติดตั้งเครื่องบำบัดน้ำอับเฉา ซึ่งป้องกันผลกระทบจากการปล่อยน้ำที่มีสัตว์น้ำต่างถิ่นลงสู่ทะเล ซึ่งจะทำลายความสมดุลทางชีวภาพในพื้นที่นั้นๆ สำหรับบริษัทอาร์ ซี แอล จำกัด(มหาชน)ได้จัดงานเปิดตัวเรือเดินสมุทรลำใหม่ มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลล่าหรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันทางบริษัทมีเรือเดินสมุทรอยู่ถึง 48 ลำ เพื่อให้บริการด้านการขนส่งสินค้าทางทะเล ปัจจุบันบริษัทคือบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลด้วยตู้คอนเทนเนอร์ สัญชาติไทยเพียงเจ้าเดียวที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 40 ปี ขณะที่การให้บริการหลักอยู่ 5 ประเภทคือ1.เป็นเจ้าของเรือเดินสมุทร(Ship Owner) 2.รับบริหารจัดการเรือเดินสมุทร(Ship Operator) 3.การดูแลรักษาเรือเดินสมุทร(Ship Management) 4.ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร(Logistics) 5.ธุรกิจเจ้าของท่าเรือ(Port Operator)ทั้งที่กรุงเทพฯและแหลมฉบัง อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทในเครือ เพื่อความครบวงจรการให้บริการเช่น ธุรกิจลานบรรจุตู้สินค้าเพื่อการส่งออก ธุรกิจโกดังสิค้าและศูนย์กระจายสินค้า ธุรกิจลานตู้คอนเทนเนอร์พร้อมรถพ่วงจำนวนหนึ่ง และธุรกิจท่าเรือบก เป็นต้น