หอการค้าจี้ตั้งรบ.ดึงลงทุน/กบน.ตรึงดีเซล

เศรษฐกิจ18 ก.ค. 2566 • 23:37 น.
หอการค้าจี้ตั้งรบ.ดึงลงทุน/กบน.ตรึงดีเซล

หอการค้าจี้ตั้งรบ.ดึงลงทุน/กบน.ตรึงดีเซล  กบน.ตรึงน้ำมันดีเซล 32 บาท/ลิตร หลังมาตรการลดภาษีสิ้นสุด 20 ก.ค.นี้  หอการค้าฯเชื่อม็อบไม่แรงโหวตเลือกนายกฯ รอบ2 จี้ตั้งรบ.ให้เร็วที่สุด  สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำจีดีพีโต 3.5%    

 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.66 นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ประมาณ 32 บาทต่อลิตร ภายหลังจากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 ก.ค.66 โดยแนวทางการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซลดังกล่าวจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.66 ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลาหนึ่งตามสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะดำเนินการได้  ซึ่งการรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือประชาชนไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในยามที่เศรษฐกิจประเทศกำลังฟื้นตัว      

 ทั้งนี้จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะพิจารณาบริบทของปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบในการบริหารเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงในตลาดน้ำมัน และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องเตรียมพร้อมสภาพคล่องเพื่อรองรับความผันผวนนั้น รวมถึงต้องคำนึงถึงการบรรเทาผลกระทบต่อรายจ่ายด้านพลังงานของประชาชน โดย กบน.จะเข้ามาช่วยชดเชยให้ลิตรละ 1.65 บาทนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. เป็นต้นไป    

 โดยปัจจุบันแม้ว่าฐานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังคงติดลบ แต่สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นหลังจากได้เงินกู้ยืมเข้ามาเติมในระบบ และสามารถเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่ผ่อนคลายลง แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีความผันผวนด้วยปัจจัยกำลังการผลิตของกลุ่มโอกเปก และความกังวลในเศรษฐกิจที่ยังคงถดถอย โดยราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลในตลาดโลกช่วงม.ค. มิ.ย.66 อยู่ที่ 98.64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลง 29.38  เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจากช่วงสิ้นปี 2565 สำหรับฐานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ วันที่ 16 ก.ค.66 ติดลบ 49,829 ล้านบาท แบ่งเป็นติดลบจากบัญชีน้ำมัน 4,316 ล้านบาท บัญชีก๊าซ LPG 45,513 ล้านบาท-ข่าว3    

 ด้าน รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 ในวันที่ 19 ก.ค. มีความเป็นไปได้ 3 แนวทาง คือ 1.การเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการเปิดโหวตในรอบต่อไปได้อีก เนื่องจากการระดมเสียงเพิ่มอีก 50 กว่าเสียงภายใน 1 สัปดาห์ มีความเป็นไปได้ยาก 2. หากพิจารณาตามกรอบ MOU 8 พรรคการเมืองที่ตกลงไว้ ก็มีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน หรือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในกรณีนี้อาจจะช่วยให้กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาสั้นลง และยังอยู่ในครรลองหลักประชาธิปไตย และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วขึ้นภายในเดือนส.ค.66 และ3. คือมีโอกาสที่จะมีการเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ก็อาจจะมีการหักขั้วเสนอรายชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนอื่นแทน       

แนวทางที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจไทยคือการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและจัดตั้งขึ้นได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยเชื่อว่าการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนการแสดงออกอย่างสันติ การประท้วงในพื้นที่ที่จัดไว้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ หากไม่มีการใช้ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งนี้ หากจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในเดือนส.ค.-ก.ย.66 จะเป็นผลดีต่อการจัดทำงบประมาณประจำปี 2567 ทำให้ภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รู้ทิศทางนโยบายในการพัฒนาประเทศ และมั่นใจตัดสินใจลงทุน สิ่งสำคัญคือบรรยากาศการเมืองที่มีเสถียรภาพ หากได้รัฐบาลเสียงข้างมากที่มีเสถียรภาพ หรือได้รัฐบาลที่สามารถจัดตั้งได้เร็วภายในกรอบเวลา โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองการเติบโตเศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้ยังขยายตัวได้ประมาณ 3.5%