“SUPER"เปิดแผนครึ่งปีรับผลงานบุ๊ครายได้โรงไฟฟ้าเวียดนาม–โรงไฟฟ้าขยะชุมชน จ.พิจิตร 9.9 MW ดันรายได้โต

เศรษฐกิจ30 ส.ค. 2562 • 10:16 น.
“SUPER"เปิดแผนครึ่งปีรับผลงานบุ๊ครายได้โรงไฟฟ้าเวียดนาม–โรงไฟฟ้าขยะชุมชน จ.พิจิตร 9.9 MW ดันรายได้โต
“SUPER”เดินหน้ารับรู้รายได้โรงไฟฟ้าใหม่ พร้อมมองหาโอกาสเข้าลงทุนต่อเนื่อง แย้มธุรกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มดี เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์ฯเวียดนาม-โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะชุมชน จ.พิจิตร ขนาด 9 เมกะวัตต์ วางเป้ากำลังการผลิตทะลุ 1,000 เมกะวัตต์สิ้นปีนี้ นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัทซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือ SUPER เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังคาดว่า ผลประกอบการจะเติบโตดีขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยในงวดไตรมาส 2/62 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 1,580.66 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 352.53 ล้านบาท โดยมาจากโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ COD ในโครงการต่างๆที่มีการลงทุนทั้งในประเทศและโครงการต่างประเทศที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้รายได้ที่จะเข้ามาสนับสนุนในครึ่งปีหลังนั้น จะมาจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเวียดนาม ซึ่งได้ทำการCODไปแล้ว เมื่อปลายเดือนมิ.ย.62 โดยการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนาม(EVN)จำนวน 4 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 186.72 ส่วนอีก 1 โครงการ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 50 เมกะวัตต์ ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนต.ค.62 ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 350 เมกะวัตต์จะทยอยลงนามกับผู้รับเหมา คาดจะเริ่มเห็นความชัดเจน ตั้งแต่ไตรมาส 3/62 เป็นต้นไป นอกจากนี้โรงไฟฟ้าในประเทศที่จะ COD ในช่วงปลายปีนี้จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะชุมชนที่ จ.พิจิตร มีขนาดกำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้น จากเดิมมีโครงการอยู่ที่ จ.สระแก้ว และได้ทยอยเข้ามาต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะชุมชนอีก 3 โครงการที่จะทยอยดำเนินการคือ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะชุมชนที่ จ.หนองคาย มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมอยู่ที่ 8 เมกะวัตต์ คาดจะเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายไตรมาส 4 เช่นกัน “เรายังคงมองหาโอกาสในการลงทุนด้านพลังงานทดแทนต่อเนื่องในทุกประเภท ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี และเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย และในปีนี้จะเห็นการเพิ่มรายได้ที่มาจากโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถดำเนินการผลิต และสร้างรายได้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะช่วยสนับสนุนการเพิ่มรายได้มากขึ้น รวมถึงเป็นการกระจายสัดส่วนรายได้หลัก เพราะจากเดิมมีแต่รายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สัดส่วน 80-90%“ นายจอมทรัพย์ กล่าวต่อว่าปัจจุบันบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และสถาบันการเงินพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เติบโตมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่า ความสามารถในการสร้างรายได้ในปีนี้จะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดรวม COD สิ้นปีนี้จะทะลุ 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 955.32 เมกะวัตต์