สงครามการค้าปั่นเศรษฐกิจโลกถดถอย ฉุดดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนส.ค.62 หดตัว 4.4% ต่อเนื่อง 4 เดือนติด

เศรษฐกิจ24 ก.ย. 2562 • 05:55 น.
สงครามการค้าปั่นเศรษฐกิจโลกถดถอย ฉุดดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนส.ค.62 หดตัว 4.4% ต่อเนื่อง 4 เดือนติด
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนส.ค.62 หดตัวลงร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับผลกระทบสงครามการค้า-บาทแข็งฉุดเศรษฐกิจ-การค้าโลกชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 นายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ Manufacturing Production Index - MPI ประจำเดือน ส.ค.62 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 อยู่ที่ระดับ 100.58 หดตัวลงร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ทั้งนี้สาเหตุหลักจากผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสงครามการค้าโลกจีนและสหรัฐฯและขยายตัวออกไปในวงกว้าง รวมทั้งผลจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นร้อยละ 5.8 ส่งผลทำให้การค้าโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทำให้คำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศชะลอตัวลง ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ไม่รวมทองคำ หดตัวลงร้อยละ 9.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย.62 ยังคงเป็นผลจากสงครามการค้า ค่าเงินบาท ภาวะการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบ โดย สศอ.เชื่อว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 316,000 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งมาตรการ ชิป ช้อป ใช้ จะช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรฐษกิจได้ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาทจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่ให้ชะลอตัวลงไปมากกว่านี้ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสานส่งผลกระทบ 2 ล้านไร่ กรณีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากพืชที่ได้รับผลกระทบหลักคือ ข้าว สำหรับอุตสาหกรรมที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.62 ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ ลดลงร้อยละ 8.21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หดตัวลงร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆเช่นถุงมือยางถุงมือตรวจลดลงร้อยละ 21.26 เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน และน้ำตาล ส่วนอุตสาหกรรมที่การผลิตยังขยายตัวดีได้แก่ ฮาร์ตดิส ไดร์ท เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.66 จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เพราะฐานการผลิตในประเทศมาเลเซียปิดตัวลง อาหารทะเลแช่แข็ง ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.04 จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ปลา กุ้งและปลาหมึกแช่แข็ง มีคำสั่งซื้อจากตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้ผลิตได้ขยายตลาดไปสู่ตลาดการค้าขายปลีกสมัยใหม่และร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดออนไลน์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น ขณะที่น้ำดื่ม ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.94 จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ยกเว้นน้ำแร่ เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีผู้ผลิตบางรายปิดซ่อมบำรุงใหญ่ อีกทั้งรัฐบาลเตรียมขึ้นภาษีความหวานรอบที่ 2 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค.62 รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ด้านสุรา ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.16 จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาจากผลิตภัณฑ์สุราขาวและสุราผสม เนื่องจาการทำการตลาดโดยปรับภาพลักษณ์ของสินค้าและออกผลิตภัณฑ์ใหม่โดยได้รับการตอบรับที่ดีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงการวานแผนขยายตลาดส่งออกสุราผสมไปยังประเทศเวียดนาม เมียนมา ฟิลิปปินส์ และมีแผนจะขยายตลาดไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สำหรับน้ำมันปาล์ม ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.89 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบที่สภาะภูมิอากาศส่งผลให้ต้นปาล์มออกดอกและติดผลเป็นจำนวนมาก เกษตกรสามารถเก็บเกี่ยวผลปาล์มที่มีความเข้มข้นของน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้ผลผลิตน้ำมันปาล์มได้จำนวนมาก รวมถึงนโยบายภาครัฐที่ได้สนับสนุนให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วประเภท B7 B10 B20 และ B100 รวมถึงการนำไปผลิตไฟฟ้า