อย่าตื่นตระหนก "ปลัดดีอี" แจงปม “อายัดบัญชี” ไม่ใช่ยุติธุรกรรมทั้งหมด จ่อตั้ง War Room คัดแยกผู้บริสุทธิ์

เศรษฐกิจ14 ก.ย. 2568 • 14:34 น.
อย่าตื่นตระหนก "ปลัดดีอี" แจงปม “อายัดบัญชี” ไม่ใช่ยุติธุรกรรมทั้งหมด จ่อตั้ง War Room คัดแยกผู้บริสุทธิ์

อย่าตื่นตระหนก “ปลัดดีอี" แจงปม “อายัดบัญชี” ไม่ใช่ยุติธุรกรรมทั้งหมด ย้ำเป็นเพียงการระงับชั่วคราว เตรียมตั้ง War Room คัดแยกผู้บริสุทธิ์

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 68 ที่ สำนักงานโทรคมนาคมแห่งชาติ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์หลังการหารือกับ ตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ถึงกรณีที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกระงับเงินในบัญชีธนาคาร ว่า จากกรณีกระแสข่าวที่ออกไปว่าอายัดบัญชีนั้น ตนขอชี้แจงว่าไม่ใช่การอายัดบัญชี แต่เป็นการระงับวงเงิน ที่ต้องสงสัยว่า เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า แต่ในส่วนอื่นยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยการระงับดังกล่าวเป็นการระงับชั่วคราวเท่านั้น

ซึ่งตามกฎหมาย ธนาคารจะมีสิทธิ์ระงับเงินเป็นเวลา 3 วัน แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีสิทธิ์ระงับวงเงิน ไม่เกิน 7 วัน และถ้าหากว่าภายในระยะเวลา 7 วัน ตรวจสอบแล้วไม่พบเบาะแสเพิ่มเติมว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า  วงเงินที่ถูกระงับดังกล่าวก็จะสามารถใช้ได้ตามปกติ และเงินที่ถูกระงับไว้ก็จะถูกโอนกลับคืนในบัญชี

ส่วนกรณีที่บางรายยอดเงินในบัญชีติดลบ  ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่าที่ยอดเงินในบัญชีที่ติดลบอาจเป็นเพราะ ยอดเงินในบัญชีของผู้ที่ถูกระงับเหลือไม่เพียงพอ กับยอดเงินที่เคยทำได้รับโอนมาจากบัญชีม้า จึงเป็นสาเหตุทำให้จำนวนเงินในบัญชีขึ้นว่าติดลบ

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ ระบุว่า สำหรับกลไกการอายัดบัญชี จะมีกรณีเดียวเท่านั้นคือบัญชีจะถูกยุติการใช้งาน และไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้เลย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเป็นกระแสข่าวในโลกโซเชียลเป็นเพียงแค่การระงับยอดเงินบางส่วนที่ต้องสงสัย แต่ เงินจำนวนอื่น และบัญชียังใช้ได้ตามปกติ

ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการหารือร่วมกันในวันนี้ ว่าจะกำหนดแนวทางการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ ศปอท. และ ปปง. ในลักษณะการจัดตั้ง “War Room” เพื่อแยกผู้ที่สุจริตออกจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

โดยจะใช้หลักเกณฑ์ เช่น ตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินและความเชื่อมโยงของธุรกรรม, พิจารณารูปแบบการใช้บัญชีว่ามีลักษณะปกติหรือไม่, และประเมินความเหมาะสมของจำนวนเงินกับพฤติกรรมการใช้บัญชี

ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเจ้าของบัญชีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ศูนย์ ศปอท. จะมีคำสั่งเพิกถอนการระงับธุรกรรมชั่วคราวโดยการตรวจสอบสามารถดำเนินการได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

ด้านตัวแทนสมาคมธนาคารไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าไม่ต้องตื่นตระหนกและยังสามารถทำทุรกรรมได้ตามปกติ รวมถึงร้านค้าก็ยังสามารถให้ลูกค้าสแกนจ่ายผ่าน QR Code ได้ตามปกติ ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่ได้พึ่งเกิดขึ้น แต่อาจเป็นเพียงการสร้างกระแสของคนบางกลุ่มที่ตนเองเกี่ยวข้องกับบัญชีมาจริงๆ

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันตัวเลขของผู้ที่เปิดบัญชีม้ามีจำนวนลดลงเนื่องจากภาคธนาคารมีการเข้มงวดในการเปิดบัญชีเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า  การที่จะแยกว่าใครเป็นผู้ที่ถูกจ้างมาเพื่อเปิดบัญชีให้กับมิจฉาชีพนั้น ขณะนี้ยังคงแยกแยะได้ยากอยู่จริงๆ

เมื่อถามว่าวันนี้ได้มีผู้ร้องเรียนจำนวนเท่าไหร่นั้น นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า วันนี้เราได้รับสายมากกว่า 600-700 สายแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเท่าที่เราเช็ค ซึ่งก็คาดว่าอาจจะทยอยกันเข้ามา

สำหรับภาพรวมที่ผ่านมามีการรับได้รับแจ้งจากผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบใดบ้างนั้น นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า การระงับเท่าที่เราทราบจากสมาคมธนาคารไทยนั้น เข้าใจว่าประเด็นนี้เราคงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมว่าเราสามารถมีกลไกในการคัดคนที่อยู่ในระบบบัญชีออกไปได้อย่างรวดเร็วอย่างไร และเราต้องแยกแยะกันให้ได้ นอกจากนี้เราได้มีการทำงานร่วมกับทางธนาคารด้วย และเมื่อเรามีคำสั่งให้ปลดหรือเพิกถอนการระงับชั่วคราวนั้นกลไกนี้ธนาคารจะเป็นคนโทรแจ้งท่าน เพราะศูนย์ AOC จะเป็นตัวรับ และประมวลข้อมูลเราไม่มีการโทรไปบอก เพราะไม่งั้นจะมีคนปลอมเป็นศูนย์ AOC โทรไปหาท่าน

นายวิศิษฎ์ กล่าวอีกว่า การอายัดบัญชีเป็นเรื่องของตำรวจเพราะการอายัดบัญชี คือ มีการแจ้งความ และเมื่อตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเชื่อว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิดตำรวจถึงจะออกหมายอายัด ซึ่งหากเป็นเรื่องของหมายอายัดจะไม่ได้อยู่ในอำนาจของทางศูนย์ AOC แต่เป็นเรื่องที่ต้องไปที่สถานีตำรวจ

เมื่อถามถึง เราจะมีข้อมูลในการแบ่งเกณฑ์ที่จะปิดล็อคบัญชีจากตำรวจ ปปง. ที่จะทำให้เราไปล็อคบัญชีนั้น นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นการใช้อำนาจคนละกฎหมาย ซึ่งอำนาจของ ปปง. จะเป็นการระงับธุรกรรมชั่วคราว เพื่อทำให้ตำรวจมีเวลาพอที่จะดำเนินคดีได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเรื่องถึงตำรวจแล้วมีการตรวจสอบว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะทำการอายัดบัญชีนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือหากดูพฤติกรรมแล้วพบว่ามีความผิดปกติ และเห็นว่าจะมีการควบคุมบัญชี แล้วออกหมายอายัดก็จะเป็นไปตามกฏหมาย ปปง. ซึ่งก็จะถูกแยกออกไป