“กบข.”เพิ่มลงทุนต่างประเทศลดความเสี่ยง-ขยายโอกาสลงทุนสร้างผลตอบแทน

เศรษฐกิจ29 พ.ย. 2562 • 14:13 น.
“กบข.”เพิ่มลงทุนต่างประเทศลดความเสี่ยง-ขยายโอกาสลงทุนสร้างผลตอบแทน
“กบข.”รุกเพิ่มลงทุนต่างประเทศเป็น 40% จากเดิม 28% หวังลดความเสี่ยง-ขยายโอกาสการลงทุน เน้นการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์ทางเลือก ไม่หวั่นบาทแข็งขึ้นจากเดิม 7% นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.อยู่ระหว่างเร่งเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ โดยการเพิ่มเพดานการลงทุนจากร้อยละ 30 เพิ่มเป็นร้อยละ 40 ของสินทรัพย์รวม คาดว่าจะเสร็จสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2563 โดยปัจจุบัน กบข.มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศร้อยละ 28 ของสินทรัพย์รวม ซึ่งใกล้เพดานการลงทุนต่างประเทศตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ที่ร้อยละ 30 ของสินทรัพย์รวม โดยส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 72 เป็นการลงทุนในประเทศ และเพื่อลดการกระจุกตัวของการลงทุนภายในประเทศ ลดความเสี่ยง และหาโอกาสลงทุน เพื่อรับผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากการลงทุนในตลาดต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องปรับเพดานการลงทุนต่างประเทศเป็นร้อยละ 40 สอดคล้องกับผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา UBS Asset Management ที่เสนอให้ กบข.เพิ่มการลงทุนต่างประเทศมากขึ้นถึงร้อยละ 40 เช่นกัน ทั้งนี้การลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นจะเป็นการกระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสการหาผลตอบแทนการลงทุนไปยังตลาดที่มีศักยภาพในสินทรัพย์ประเภทต่างๆที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์ทางเลือก(Alternative Assets)เช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนไพรเวท อิควิตี้ และการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดประเทศพัฒนาแล้วเช่น สหรัฐฯ รวมถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงสูง โดยปี 2562 แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น 7% แต่การลงทุนในต่างประเทศยังให้ผลตอบแทนสูงเช่น ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทสูงถึง 18% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทนเพียง 3% เท่านั้น ซึ่งการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา และแข็งค่าในสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเงินของประเทศอื่นๆในเอเชีย ถือเป็นโอกาสในการลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นได้ หากมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินการ หลังจากนี้ กบข.อยู่ระหว่างนำข้อเสนอการเพิ่มเพดานการลงทุนต่างประเทศจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 40 เสนอต่อคณะกรรมการ กบข.เพื่อพิจารณาและดำเนินการขั้นต่อไปเพื่อกำหนดเป็นกฎกระทรวง คาดจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2563