รฟม.ฉลองครบรอบ 28 ปี "มุ่งมั่น ทุ่มเท พัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.
วันนี้ (21 สิงหาคม 2563) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้ง รฟม. ครบรอบ 28 ปี โดยมี นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. คณะผู้บริหาร รฟม. และพนักงาน รฟม. เข้าร่วมพิธีฯ
นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. เผยว่า รฟม. มีภารกิจในการสร้างโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดใหญ่ในภูมิภาค อย่างยั่งยืน โดยปลายปี 2562 รฟม. ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) เส้นทางจากสถานีหัวลำโพงไปยังสถานีหลักสอง และจากสถานีเตาปูนไปยังสถานีท่าพระ โดยมีสถานีท่าพระเป็นสถานีร่วม ซึ่งทั้งสองช่วงนี้ได้เติมเต็มเส้นทางให้บริการเดิมของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) ช่วงหัวลำโพง – เตาปูน เป็นแบบวงกลม (Circle Line) ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร และฝั่งธนบุรี ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย
อีกทั้งผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ช่วงคลองบางไผ่ – เตาปูน เพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังปริมณฑล จ.นนทบุรี ได้อีกด้วย และในเส้นทางนี้ รฟม. ยังได้สร้างประวัติศาสตร์การก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย รวมทั้งมีสถานีรถไฟฟ้าที่สวยที่สุดในประเทศ โดยออกแบบสถาปัตยกรรมภายในสถานีให้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตดังเดิมของพื้นที่โดยรอบ จำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด สถานีสนามไชย และสถานีอิสรภาพ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เดินทางมาใช้บริการรถไฟฟ้าและสัมผัสความสวยงามของสถานีรถไฟฟ้า จึงถือได้ว่ารถไฟฟ้าสายนี้เป็นรถไฟฟ้าสายวัฒนธรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ รฟม. ได้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต แล้วเสร็จ และส่งมอบให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมกันนี้ รฟม. ยังได้เดินหน้าขยายความสุขอย่างต่อเนื่อง โดยเร่งรัดดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในความรับผิดชอบสายอื่นๆ ให้เป็นไปตามแผนงาน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง โดยทั้ง 2 โครงการ มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2565 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งโครงการนี้แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2569 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2567 และยังมีโครงการที่ รฟม. เตรียมจะขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และรองรับการเดินทางของประชาชน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569
สำหรับการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนในเขตภูมิภาคนั้น รฟม. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้กำกับดูแลการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าในเมืองหลักภูมิภาค 4 จังหวัด ได้แก่ โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ (สายสีแดง) ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2571 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา (สายสีเขียว) ช่วงตลาดเซฟวัน – สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568 และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก (สายสีแดง) ช่วง ม.พิษณุโลก – ห้างเซ็นทรัลฯ พิษณุโลก คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2571
ทั้งนี้ รฟม. ยังตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาสังคม และการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง โดยจัดกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) ในแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ อาทิ กิจกรรมมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน กิจกรรมอบรมมอบความรู้เกี่ยวกับการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นและการดับเพลิงเบื้องต้น การจัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพ ผลิตภัณฑ์ บริการ และแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนในเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นต้น
ทั้งหมดนี้คือภารกิจที่สำคัญของ รฟม. ที่มุ่งมั่นพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าเพื่อขยายความสุขในการเดินทางของคนเมืองและภูมิภาค พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาระบบเชื่อมต่อการเดินทาง ทั้ง ล้อ เรือ ราง เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของประชาชนให้สามารถเข้าถึงการใช้บริการขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวกทุกรูปแบบ ตามนโยบายของรัฐบาล อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้ยั่งยืนต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044