“แสนแซ่บ”ปรับโฉมร้านยกระดับผู้นำอาหารอีสานพรีเมียม
แสนแซ่บ ทุ่มงบกว่า 15 ลบ. ปรับโฉมทั่วประเทศ ชูเมนูเด็ดปลาร้า 5 ลุ่มน้ำ ตั้งเป้าครองตลาดอาหารอีสานระดับพรีเมียม รุกขายเฟรนไชน์ทั้งตลาดไทยและต่างประเทศเสริมแกร่งธุรกิจ พร้อมวางเป้าสิ้นปีรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท
นางสาววัชราภรณ์ ลิมป์วชิรคม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนแซ่บ พรีเมี่ยม จำกัด หรือแบรนด์ แสนแซ่บ ร้านอาหารอีสานพรีเมียมสไตล์โมเดิร์น เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอาหารไทยปัจจุบันมีมากถึง 200,000 ร้านทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารอีสานจำนวนทั้งสิ้น 11,000 ร้าน โดยเป็นประเภทอาหารอิสานระดับพรีเมี่ยมที่มียอดใช้บริการขั้นต่ำ500 บาทต่อหัว เพียง 5-6 แบรนด์ หรือแค่เพียง 30 ร้านเท่านั้น ได้แก่ คำพูน, คาเฟ่ชิลี, แซบอีลี่, ตำนัว และแสนแสบ เป็นต้น ดังนั้นแนวโน้มของร้านอาหารอิสานพรีเมี่ยมยังมีโอกาสเติบโตได้อีก ดังนั้นเพื่อการผลักดันให้ แสนแซ่บ เป็นผู้นำร้านอาหารอิสาน ล่าสุดบริษัททำการปรับปรุงโฉมร้านใหม่ ทุกสาขาที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า และ คอมมูนิตี้ มอลล์ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ยังคงคอนเซ็ปต์ "เสิร์ฟความซี๊ด คลุกความแซ่บ" ที่ให้บริการอาหารไทยอีสานระดับพรีเมียม หลังจากเปิดดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 10 ปี
ด้านแผนการขยายสาขาใหม่บริษัทมีแผนที่จะขยายเข้าไปในห้างสรรพสินค้ามากขึ้นในหัวเมืองใหญ่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด หรือไม่ต่ำ 2 สาขาต่อปีภายใต้งบลงทุน 7 ล้านบาทต่อสาขา โดยปัจจุบันแสนแซ่บมีสาขารวมที่ 6 สาขาแบ่งเป็นสาขาที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า จำนวน 2 สาขา และคอมมิวนิตี้ มอลล์ 4 สาขา ปีนี้บริษัทไม่ได้เปิดสาขาใหม่ แต่ปีหน้าจะเปิด 2 สาขา คือ ที่เซ็นทรัลฯ พระราม 2 และ เทอมินอล 21 พัทยา
นอกจากนี้ได้ขยายทำเป็นระบบแฟรนไชส์ ซึ่งทั้งในประเทศจะเป็นแฟรนไชส์รายเดี่ยว การลงทุนหากเป็นสาขาในห้างสรรพสินค้าจะอยู่ที่ 7-8 ล้านบาท ส่วนในคอมมิวนิตี้ มอลล์ จะลงทุนประมาณ 5 ล้านบาท ขณะที่ต่างประเทศจะเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ ปัจจุบันในไทยเริ่มมีสาขาที่เป็นแฟรนไชส์แล้ว 1 สาขา คือ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ส่วนในต่างประเทศปัจจุบันอยู่ระหว่างการเซ็นสัญญา ซึ่งสาขาแรกในเวียดนามจะเปิดที่ โฮจิมิน ในเดือนพ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามบริษัทยังมีอีกธุรกิจที่ทำคือ Catering ปีนี้จะทำแบบครบวงจรมากขึ้น ทั้งงานเลี้ยง งานสัมมนา งานปาร์ตี้ไพรเวท เจาะลูกค้ารายย่อย และลูกค้าองค์กร
ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี2560บริษัทมีรายได้เกือบ 50 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะมีรายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 98 ล้านบาท ส่วนปี2561ตั้งเป้าเติบโตอีกร้อยละ 50 โดยเป็นรายได้จากในประเทศร้อยละ 90 และต่างประเทศร้อยละ 10 (ขายแฟรนไชส์)
นายวสันต์ ลิมป์วชิรคม ผู้จัดการทั่วไป เปิดเผยว่า การปรับโฉมใหม่ของแสนแซ่บในครั้งนี้ เพื่อให้แบรนด์มีความทันสมัย สดใส และยังคงความพรีเมี่ยม แฝงกลิ่นอายความเป็นอีสาน ใช้งบประมาณรวมอยู่ที่ 15 ล้านบาท ปรับ 2 สาขาแรก คือ พารากอนและเทอมินอล 21 ส่วนที่เหลือดูการตอบรับจากการปรับ 2 สาขาแรกก่อนจึงจะเริ่มทยอยปรับให้ครบ อีกทั้งยังได้เปิดตัวอาหารชุดพิเศษ 5 โตก 5 สไตล์ ชูจุดเด่นที่วัตถุดิบใหม่ คือ ‘ปลาร้าจาก 5 ลุ่มน้ำ’ คัดสรรมาเป็นอย่างดีจาก 5 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย ขันโตกสำรับขุนแผน (ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี) , ขันโตกภูไทแสนแซ่บ (ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำชี กาฬสินธุ์), ขันโตกสะบายดี (ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำงึม แขวงเวียงจันทร์ ประเทศลาว), ขันโตกสายบัวแซ่บนัว (ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำโขง อุดรธานี) และไฮไลท์! ขันโตกดูเรียนตำพริ้ว (ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำจันทบูร จันทบุรี) สำหรับปีหน้าบริษัทวางงบปรับปรุงสาขาและทำตลาดอยู่ที่ 20 ล้านบาท
ที่ผ่านมา ประเทศไทย และอาหารไทย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และได้รับความชื่นชมจากผู้บริโภคต่างชาติ เสมอมา ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของเมืองจุดหมายปลายทางในเอเชียแฟซิฟิกจากผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ด2 ประกอบกับปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของสายการบินต้นทุนต่ำ การเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบินต้นทุนต่ำ การส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวหลายระดับ และการจัดรายการส่งเสริม โปรโมชั่นต่างๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายของภาคเอกชน ภาครัฐเองก็มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ การยกเว้นค่าวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวไทย และอาหาร และโร้ดโชว์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาประเทศไทยมากขึ้น นอกจากนี้ จากรายการภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยล่าสุดปี 2559 พบว่า กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมทำในช่วงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอันดับแรก คือ การชิมอาหาร โดยคิดเป็น ร้อยละ 87.6 ในปี 2559 ผลมาจากการที่กรุงเทพมหานครครองอันดับที่ 1 เมืองที่มีร้านอาหารริมทางดีที่สุดในโลก (World’s 23 best cities for street food) จาก 23 เมืองทั่วโลก โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว 5 ด้าน3 ภายในปี 2560 หนึ่งในนั้น คือ ท่องเที่ยวเชิงอาหาร (ปี 2558 มีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอาหารรวมกว่าสี่แสนล้านบาท) ดังนั้นแผนงานของธุรกิจของแสนแซ่บจึงสอดคล้องเพื่อรับเทรนด์ใหม่ที่กำลังจะมาถึง
อาหารอีสานได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงชาวต่างชาติที่เริ่มรู้จักอาหารอีสาน อย่างไก่ย่าง และส้มตำ โดยเฉพาะร้านอาหารอีสานที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่มีกลุ่มลูกค้าต่างชาติมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างชาวจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ที่เดินทางมากรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบายช่วงวันหยุด ทำให้ร้านอีสานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แสนแซ่บจึงต้องมุ่งเน้นหาจุดเด่นให้กับแบรนด์ เพื่อให้มีความแตกต่าง โดดเด่น และเป็นที่จดจำของผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งเรื่องการตกแต่งร้าน การคิดค้นเมนูใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร การคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ มีคุณภาพ ไม่ใช่ผงชูรส และมีการเพิ่มเติมเมนูพิเศษตามฤดูกาล เพื่อชูความเป็นอาหารอีสานระดับพรีเมี่ยม แสนแซ่บอยากนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคไทย และต่างชาติ แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไทยอีสานผสานทันสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน และเพื่อตอกย้ำจุดยืนของแสนแซ่บที่มีความทันสมัยแต่ก็ไม่ลืมเสน่ห์วัฒนธรรมความเป็นไทย นายวสันต์ กล่าว