ตลาดแรงงานเด็กจบใหม่ภายใต้ยุคดิจิทัล! “IT-Logistics-Marketing” ครองแชมป์อาชีพมาแรง 

เศรษฐกิจ10 ก.พ. 2566 • 23:15 น.
ตลาดแรงงานเด็กจบใหม่ภายใต้ยุคดิจิทัล! “IT-Logistics-Marketing” ครองแชมป์อาชีพมาแรง 

ใกล้ถึงฤดูเด็กจบใหม่กำลังจะทยอยเข้าตลาดแรงงาน ที่จะเข้าสู่ระบบอีกประมาณ 4-5 แสนคน ในช่วงกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2566 ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจ ที่กำลังจับตามองว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากที่โลกพึ่งผ่านวิกฤติการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19 เข้าสู่การฟื้นตัวการลงทุนแบบไม่เต็มสูบ กับทิศทางในการต้องการแรงงานที่มีความสามารถเฉพาะด้าน  

ทั้งนี้จากข้อมูลของทาง “บริษัท อเด็คโก้ประเทศไทย” HR Agency ผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร เปิดตัว Salary Guide 2023 คู่มืออัตราเงินเดือนประจำปี ซึ่งเป็นข้อมูลเงินเดือนเริ่มต้น และสูงสุดกว่า 800 ตำแหน่ง ใน 8 อุตสาหกรรม ที่รวบรวมจากการจ้างงานผ่านอเด็คโก้ ของบริษัทชั้นนำในประเทศไทย พบว่าในปี 2565-2566 ตลาดแรงงานในประเทศไทยเริ่มกลับมามีความคึกคักขึ้น เมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่มีการระบาดหนักของโควิด-19 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากเศรษฐกิจประเทศที่เริ่มฟื้นตัว อ้างอิงจาก GDP ของไทยในไตรมาส 3 ปี 2565 ที่เติบโต 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง การค้าขาย FMCG การเงินการธนาคาร (FinTech) 

หลังจากที่การระบาดของโควิด-19 ในช่วงปี 2563-2564 ส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนในตลาดแรงงาน จนทำให้เงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ขยับลดลงอย่างเนื่องจาก 15,000 ไปเป็น 12,000 และเคยแตะเงินเดือนต่ำสุด 10,000 บาท ในปีนี้เงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ได้กลับมาแตะ 15,000 บาท อีกครั้ง และยังพบว่าเงินเดือนเฉลี่ยของคนทำงานที่มีประสบการณ์ 0-3 ปี เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 24,000 – 38,000 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 80,000 บาท นั่นคือสายงาน IT Security Analyst และ Software Tester รองลงมา เช่น ERP Consultant, Front End Developer, Programmer, Process Engineer, Nutritionist, Credit Analyst 

จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะด้าน และมีความเป็น specialist ในงาน เช่น ทักษะด้านไอที ดิจิทัล การเงิน และการวิเคราะห์ เป็นต้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ hard skills ที่คนทำงานจำเป็นต้องมี และต้องพัฒนาถึงระดับที่รู้จริงและเชี่ยวชาญ แต่ทั้งนี้การจะได้รับเงินเดือนสูง ผู้สมัครหรือคนทำงานก็จำเป็นจะต้องมีทักษะอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่นทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร รวมถึงทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นส่วนช่วยเติมเต็มความสามารถ และทำให้ผู้จ้างยินดีที่จะจ่ายเงินเดือนที่สูงขึ้นกว่าระดับทั่วไป 

ดังนั้นเงินเดือนขั้นต่ำดีดตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับ ด้าน IT, Logistics และ Marketing ครองแชมป์อาชีพมาแรง!!! 

และเพื่อเป็นการตอกย้ำสายอาชีพที่มาแรงที่สุดในปีนี้ ยังคงหนีไม่พ้นงานด้าน IT งานด้าน Supply Chain Management และงานด้าน Sales & Marketing เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตตามยุค Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในปัจจุบัน การขนส่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ e-commerce ซึ่งเป็นเทรนด์การจับจ่ายของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หรือการทำการตลาดที่ต้องเชื่อมระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ให้โดดเด่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้คนที่อยู่ในสายงานเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดในแทบจะทุกอุตสาหกรรม โดยนายจ้างยินดีให้เงินเดือนสูง เพื่อรั้งคนเก่งไว้ในองค์กร หรือดึงดูดผู้สมัครที่มีความสามารถมาร่วมงาน 

ขณะที่ด้านมุมมองของ “สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย” (อีคอนไทย) ได้วิเคราะห์คาดการณ์ของแรงงานจากเด็กจบการศึกษาใหม่ทยอยเข้าสู่ระบบ โดย “นายธนิต โสรัตน์” รองประธานสภาฯ อีคอนไทย กล่าวว่า ระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ จะมีแรงงานจากเด็กจบการศึกษาใหม่ทยอยเข้าสู่ระบบอีกประมาณ 4-5 แสนคน ซึ่งจะทำให้ตัวเลขดังกล่าวเข้ามาสมทบกับตัวเลขของแรงงานเด็กจบใหม่ที่ยังหางานไม่ได้ก่อนหน้านั้นเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจไทยที่มีทั้งปัจจัยลบจากผลกระทบการส่งออกชะลอตัว แต่ยังมีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภายหลังจีนเปิดประเทศ ดังนั้นการหางานของเด็กจบใหม่ยังคงเผชิญกับการแข่งขันที่สูง 

“เด็กจบใหม่หากจบการศึกษาเฉพาะด้าน เช่น ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ การแพทย์ ฯลฯ ประเภทนี้ยังหางานได้ไม่ยาก แต่จบปริญญาตรีทั่วไปยอมรับว่ายังคงลำบาก โดยจะพบว่าในช่วงต้นปีปกติหลังรับโบนัสจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานสูง แต่ปีนี้มีน้อยมาก แสดงให้เห็นว่างานหายากขึ้น” 

นายธนิต กล่าวว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ไตรมาส 4 ปี 65 มีผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานจำนวน 40.14 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีงานทำ 39.59 ล้านคน ผู้ว่างงาน 4.6 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.2% แม้ว่าภาวะว่างงานจะพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และเริ่มฟื้นตัวแต่ตัวเลขผู้เสมือนว่างงานหรือผู้ที่ทำงานน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน แม้ว่าแรงงานกลุ่มนี้ไม่ตกงาน แต่ก็มีรายได้ลดลงตามชั่วโมงการทำงาน ที่อาจส่งผลให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพทั้งครัวเรือน โดยในไตรมาส 4 พ.ศ. 2565 มีผู้เสมือนว่างงานจำนวน 2.13 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 3 ของปี 65 ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของการจ้างงาน 

อีกทั้งยังมีอีกปัญหาแรงงานของไทยที่น่ากังวล คือ การเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งหมายถึงสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นแตะ 14% ของประชากรทั้งหมดในปี 2565 สาเหตุเป็นเพราะอัตราการเกิดของคนไทยมีแนวโน้มลดต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง และหากยังปล่อยไว้เช่นนี้ ไทยจะขยับขึ้นเป็นสังคมสูงอายุแบบสุดยอด (Hyper Aged Society) หรือมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเข้าหา 20% โดยใช้เวลาเพียง 9 ปีหลังการเป็นสังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์  

นับว่าเป็นอัตราที่รวดเร็วกว่าประเทศญี่ปุ่นที่ใช้ระยะเวลา 11 ปี ซึ่งจะกระทบต่อตลาดแรงงานของไทยมากยิ่งขึ้น 

ถึงเวลาที่ต้องเร่งแก้ไข!!! 

ก่อนสาย....!!!