กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ISMED นำเสนอ โมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED จัดแถลงข่าวและการสัมมนา “พลิกเมือง ด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ ขุมกำลังขับเคลื่อนประเทศไทย” ด้วยโมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ พร้อมบ่มเพาะพัฒนายกระดับศักยภาพ SME ไทยให้เติบโต มั่นใจโมเดลนี้ จะเกิดพลังหนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด การจัดงานอยู่ ภายใต้มาตรการระวังการแพร่ระบาดตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงติดตามรับชม การถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์จำนวนมาก
กิจกรรมนี้เกิดจากการที่ “สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) สถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการตามแนวนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจกระแสใหม่ โดยเน้นย้ำถึงแนวทางการผลักดันเศรษฐกิจให้ทันโลกสมัยใหม่ กระทรวงอุตสาหกรรมเปรียบเสมือนหัวขบวนรถ และมีสถาบันเครือข่ายต่าง ๆ ช่วยขับเคลื่อนไปในทิศทางของกระแสโลก วางเข็มทิศชี้ทางให้ธุรกิจก้าวข้ามอุปสรรคชี้ช่องทางแห่งโอกาสเสริมความแกร่งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึง การนำ BCG Economy มาปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้ไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต”
นายธนนนทน์ พรายจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ ISMED เปิดเผยภายในงานว่า แม้ว่าทุกวันนี้ภาคเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ขณะเดียวกัน การใช้ชีวิตผู้คนทั่วโลกเริ่มมีปรับตัวได้ รัฐบาลหลายประเทศ เริ่มลดมาตรการคุมเข้มลงมาเป็นลำดับ แต่ยังคงกฎระเบียบและมาตรการทางสาธารณสุขไว้ เพื่อให้วงจรเศรษฐกิจได้ขับเคลื่อน แต่สิ่งที่สำคัญ คือ จะขับเคลื่อนอย่างไร จึงจะสามารถอยู่รอด และเติบโตได้เข้มแข็ง
นายธนนนทน์ กล่าวต่อไปว่า “สถาบันฯ ได้ทำการศึกษาและค้นหา เครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ และมองฉากทัศน์ที่ประเทศไทยจะสามารถสร้างการเจริญเติบโตและมีความเป็นไปได้ มีแนวโน้มไปทิศทางใด กระทั่งมีการจัดทำ “บทสรุปแนวทางการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดดด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่” เพื่อให้ภาคธุรกิจและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบในปรับตัวหรือประยุกต์ใช้ให้สอดรับกับทิศทางใหม่นี้ โดยในปีนี้สถาบันฯ ได้พัฒนาเครื่องมือ 2 Solutions เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ
1) แพลทฟอร์ม Smart Data เป็นเครื่องมือ Intelligence Analyst วินิจฉัย-รายงานผลเป็น SME Dashboard เพื่อวิเคราะห์ธุรกิจและแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ทำให้เห็นศักยภาพเมื่อเทียบเคียงกันในอุตสาหกรรมเดียวกันได้
2) แพลทฟอร์ม Big Step (https://www.bigstepgo.com) เป็น Smart Tools ช่วย Up-skill แบบself-learning โดยเหนือชั้นกว่าด้วยการรวมเครื่องมือเบ็ดเสร็จในที่เดียวแบบ one stop มีทั้งความรู้และ คลัง Data ที่สำคัญ นอกจากนี้ จะขยายไปสู่ซีรี่ส์ของการพัฒนา Future Skill รองรับเศรษฐกิจอนาคตต่อไป
โอกาสนี้ นายธนนนทน์ ยังได้เปิดเผยถึงบทสรุปดังกล่าวด้วยว่า “เราได้ทำการศึกษาข้อมูลสำคัญ จากต่างประเทศ และเทียบเคียงกับ สภาพประเทศไทยเอง การถอดรหัสธุรกิจที่ปรับตัวและสร้างการเติบโตได้อย่างสูง ตลอดช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมาไปจนถึง แนวโน้มและพฤติกรรมของ ผู้บริโภคจะเป็นไปในทิศทางใด และธุรกิจจะเรียนรู้จากเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ในงานนี้ สถาบันฯ จึงได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนกับภาคธุรกิจ และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จนสามารถเสนอฉากทัศน์ใหม่ ที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยภาคเศรษฐกิจกระแสใหม่ใน 6 มิติที่สำคัญ ได้แก่
1. Indoor Economy: ระบบเศรษฐกิจการใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มากขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น สินค้าและบริการรองรับการทำงานอยู่ที่บ้าน การเรียนออนไลน์ กิจกรรมพักผ่อน สันทนาการ และงานอดิเรก ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวันที่มีการเดินทางออกจากบ้านน้อยลง
2. Care Economy: ระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากความต้องการในการดูแลสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่มากขึ้น ของผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ ผู้ป่วย รวมถึงกลุ่มวัยทำงาน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น ธุรกิจดูแลสุขภาพ อาหาร การท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ของใช้ภายในบ้าน รวมถึงอุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการดูแลสุขภาพ
3. Domestic Economy: ระบบเศรษฐกิจที่กลับมาให้ความสำคัญกับผู้บริโภคภายในประเทศ ช่วงการที่เดินทางเข้าออกระหว่างประเทศทำได้ยาก ส่งผลให้เกิดสินค้าและบริการ ที่ตอบสนองความต้องการของคนภายในประเทศ เช่น สินค้าและบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ทดแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ สินค้าและบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ (Unseen) โดยใช้ทรัพยากรทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
4. One Planet Economy: ระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลก จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คนตระหนักมากขึ้นว่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยน รูปแบบสินค้า บริการ และการดำเนินธุรกิจ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้าและบริการที่เกิดจากการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้าและบริการที่ลดขยะและการใช้พลังงาน
5. Virtual Economy: ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างประสบการณ์บนโลกเสมือนจริงให้มีคุณค่าเทียบเท่าประสบการณ์จริง รองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้ชีวิต และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ เช่น สินค้าและบริการใหม่ๆ ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนบนโลกเสมือนจริง สินค้าและบริการเดิมที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายตลาดบนโลกเสมือนจริง
6. Up-skill Economy: ระบบเศรษฐกิจรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนจำนวนมากตระหนักถึงการแสวงหาความรู้-ทักษะใหม่ๆ ขณะเดียวกันหลายธุรกิจได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเพื่อสร้างความอยู่รอด ซึ่งส่งผลให้เกิดการเติบโตของธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรู้ทักษะใหม่ๆ ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline เช่น จากธุรกิจผลิตสินค้าและบริการต่อยอดสู่ธุรกิจการให้ความรู้ทักษะเพื่อการสร้างอาชีพ ธุรกิจการศึกษาที่พัฒนาหลักสูตรรองรับอาชีพสมัยใหม่
นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขึ้นกล่าวในหัวข้อ“ทิศทางของกระทรวงอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อน SMEs ภายใต้ในเศรษฐกิจยุคใหม่” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้เห็นถึงการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยของกระทรวงอุตสาหกรรมให้เติบโตและแข็งแกร่งได้ในสภาพการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
ทั้งนี้ ไฮไลท์ในงานเสวนานั้นมีหลายหัวข้อด้วยกัน ได้แก่ "Power up SMEs towards Next Boom" โดยได้รับเกียรติจาก Biz Leaders หลายมุมมอง ได้แก่ นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจตลาดเงินและบริการธุรกรรมทางการเงิน ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เผยแนวคิดการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจ SMEs ด้วยโซลูชั่นทางการเงิน เพื่อช่วยให้ SME มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงแนวทางการปรับระบบการเรียนรู้เพื่อคนรุ่นใหม่ สำหรับสภาพแวดล้อมของประเทศที่เปลี่ยนไป, นางศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เล่าถึง ความท้าทาย และโอกาสของ Future of health and wellness for Thailand ขณะที่ นายศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถอดรหัส SME in Digital Transition Stage จะไปต่อได้อย่างไร โดยมี ดร.ธนันธน์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการตลาด สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นผู้ดำเนินเสวนาและ นายปรัชญา เพิ่มทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “The 6 new Economies after covid-19 : Challenge & Opportunity”
นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน คือ การลงนามความร่วมมือระหว่าง สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) นำโดยนายธนนนทน์ พรายจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และนายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจตลาดเงินและบริการธุรกรรมทางการเงิน ทีเอ็มบีธนชาต (ttb)
สามารถดาวน์โหลดข้อมูลและติดตามข่าวสาร สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED เพิ่มเติมได้ที่ เพจ FB: ISMED สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม , เว็บไซต์ www.ismed.or.th , Line official account : @ismed หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-105-4778 ต่อ 8000, 086 753 4967 E-mail: kanokwan_r@ismed.or.th