"สุริยะ" บรรเจิดไอเดียซื้อรถป้ายแดงใช้ลดหย่อนภาษี

เศรษฐกิจ24 ส.ค. 2563 • 11:52 น.
"สุริยะ" บรรเจิดไอเดียซื้อรถป้ายแดงใช้ลดหย่อนภาษี
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตฯจะเสนอมาตรการเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์ ในการกระตุ้นยอดซื้อในประเทศ โดยจะเสนอให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถใหม่ สามารถทำการขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีความสำคัญอย่างมากกับประเทศ ขณะเดียวกันก็จะหารือในครม.เพื่อหาทางสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมของกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) อย่างเช่น บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด ที่จะมีการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) ในประเทศไทยนั้น จะสามารถเข้าไปสนับสนุนในส่วนไหนได้บ้าง ทั้งนี้จะทำการเสนอที่ประชุมครม. ให้เห็นชอบการลงทุนโครงการสมาร์ท ปาร์ค เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งปัจจุบันจากรายงานของการนิคมอุตสาหกรรม(กนอ.) พื้นที่ดังกล่าวมีผู้ประกอบการหลายรายต้องการเข้าไปใช้ "อุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมามียอดลดลงไปมาก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกชะลอตัวจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ทั้งนี้รับรองว่าปีหน้าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น ดูได้จากที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ทุนใหญ่จากจีนเข้าถือหุ้นในเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ที่ผลิตรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นการผลิตได้ต่อเนื่องในช่วงต้นปี 64 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมรถยนต์คึกคักมากขึ้น" นายโมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ กล่าวว่าบริษัทวางเงินลงทุนแผน 5 ปี ตั้งแต่ 2563-2567 วางเงินไว้ที่ 20,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มลงทุนในปีนี้ 7,000 ล้านบาท พัฒนาโรงงานพ่นสีให้ทันสมัยและใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น และเชื่อมโยงกับโรงงาน 3 โรงในพื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือน ธ.ค. 64 ขณะที่เงินในส่วน 13,000 ที่เหลือ จะใช้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานและเพิ่มไลน์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง PHEV , EV และ ไฮบริดจ์ โดยตั้งใจจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นชิ้นส่วนของผู้ผลิตในประเทศให้ได้มากกว่าที่บีโอไอกำหนดไว้ที่ 40% นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่านิคมฯ สมาร์ท ปาร์ค มีมูลค่าการลงทุนระยะแรก ประมาณ 2,480.73 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าออกแบบแนวคิดโครงการและการจัดทำอีไอเอ และค่าดำเนินการก่อสร้าง เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล มีความได้เปรียบในเรื่องของระบบคมนาคมขนส่งทั้งระบบขนส่งทางอากาศสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระบบขนส่งทางบก อันได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางด่วนมอเตอร์เวย์ เป็นต้น และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี 2564 โดยจะแล้วพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2567