วิศวกรรมสถานฯ เสนอผ่อนปรนงานก่อสร้าง บางโครงการที่ปล่อยไว้นานอาจเสียหายหนัก

เศรษฐกิจ29 มิ.ย. 2564 • 19:39 น.
วิศวกรรมสถานฯ เสนอผ่อนปรนงานก่อสร้าง  บางโครงการที่ปล่อยไว้นานอาจเสียหายหนัก
วันที่ 29 มิ.ย.2564 ที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดย ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวสท. กล่าวว่าการปิดสถานที่ก่อสร้างเป็นเวลา 1 เดือน ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดลงทันที ส่งผลกระทบให้ธุรกิจก่อสร้างได้รับผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจากในกรุงเทพฯ มีแคมป์คนงานที่อยู่ในไซต์งานก่อสร้างประมาณ 120 แห่ง แคมป์คนงานที่อยู่นอกไซต์งานอีกประมาณ 480 แห่ง ยังไม่รวมในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะงานที่ต้องทำต่อเนื่อง งานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย รวมถึงเรื่องสัญญาก่อสร้าง สัญญาการว่าจ้าง บริษัทรายย่อยที่จะมีผลตามมาอีกมาก วสท.จึงมีข้อเสนอให้มีการผ่อนปรนให้สามารถทำงานได้ ด้านรศ. เอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา วสท.กล่าวว่า หากโครงสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จจะเกิดปัญหาลำดับให้การก่อสร้างผิดไป ปกติหากสั่งงด จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันเพื่อให้ผู้ดูแลงานสามารถวางแผนการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ จึงเสนอให้ส่วนราชการพิจารณาให้อำนาจท้องถิ่นไปตรวจสอบโครงสร้างขนาดใหญ่ว่ามีที่ใดบ้างจะเสี่ยงมีปัญหาในระหว่าง 30 วันนั้นแล้วให้รีบดำเนินการให้เสร็จ ส่วนที่เป็นอันตรายคือต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ควรมีเวลาสัก 15 วันในการดำเนินการเพื่อทำให้ทุกอย่างปลอดภัย วสท.เสนอแนวทางผ่อนปรนหรือบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้ง รศ.เอนก ยังกล่าวถึงกรณีที่พักคนงานในหน่วยก่อสร้าง ให้ใช้หลักการบับเบิ้ลแอนด์ซีล ด้วยการส่งอาหารและวัสดุที่จำเป็นจากภายนอก มีการตรวจสว็อปให้คนทำงานในหน่วย 100% โดยในช่วง 14 วันแรก ต้องตรวจ 2 ครั้ง และสนับสนุนให้มีการฉีดวัคซีน ส่วนที่พักคนงานที่อยู่ห่างจากหน่วยงานก่อสร้างต้องเดินทางไปกลับ ก็ให้ใช้วิธีเดียวกัน ถ้าคนงานคนไหนได้รับนัดหมายให้ฉีดวัคซีน ก็อนุญาตให้ไปตามกำหนดนัดแล้วแยกออกจากบุคคลอื่น หากหน่วยงานก่อสร้างที่ต้องดำเนินการ เช่นทำชั้นใต้ดินที่มีการขุดดินคงค้าง หรือการทำฐานรากที่คงค้า การทำท่อลอดใต้ดิน ซึ่งต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในด้านวิศวกรรม ก็ขอให้คัดคนงานที่มีจำนวนพอกับงานนั้น ๆ ให้เข้าไปดำเนินการและจัดที่พักให้ที่จุดดังกล่าวเลย ไม่ต้องไปกลับ มีการจัดส่งอาหารและวัสดุไปให้เลย ส่วนเจ้าหน้าที่สำนักงานหรือดูแลความปลอดภัยควรเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม สำหรับงานก่อสร้างที่ไม่สามารถหยุดดำเนินการได้เพราะจะส่งผลเสียต่อเนื่องและเป็นอันตราย ทั้งต่อโครงการและสาธารณะนั้น ได้แก่ 1. ปั้นจั่นหอสูงที่กำลังลังติดตั้ง หรือที่ยังไม่ได้ยึดรั้งให้เกิดเสถียรภาพ 2. งานทำฐานราก งานทดสอบเสาเข็ม งานก่อสร้างชั้นใต้ดิน งานกำแพงกันดิน ที่ทำงานคงค้างไว้และต้องทำต่อเนื่องจนถึงระดับผิวดินจึงจะมีความปลอดภัย 3.พื้นคอนกรีตอัดแรง (Post Tension) จะต้องดึงลวดอัดแรงเมื่อคอนกรีตได้กำลังตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการดูแลการค้้ำยันชั่วคราวเพื่อรองรับพื้น 4.งานนั่งร้านค้ำยันชั่วคราว (Temporary Shoring) ต้องจัดการเพิ่มความแข็งแรงและเสถียรภาพ 5. งานดันท่อลอด (Pipe jacking) งานประเภทนี้ไม่ควรให้มีการหยุดดำเนินการเพราะเมื่อหยุดแล้วจะสร้างความเสียหาย เช่นการดันท่อลอดหากปล่อยไว้ไม่ทำต่อจะไม่สามารถดันท่อต่อไปได้ ต้องแก้ไขด้วยการเปิดดินจากด้านบนเป็นวงกว้าง เป็นผลกระทบต่อสาธารณชนในบางพื้นที่อาจไม่สามารถดำเนินการได้ และ 6. งานก่อสร้างเบ็ดเตล็ดที่ใช้คนทำงานไม่เกิน 15 คน เป็นส่วนงานที่ปริมาณคนไม่มาก สามารถดำเนินการแบบเดียวกับที่วสท.เสนอข้างต้นไป