“สุริยะ”นัดถกแบงก์ชาติแก้บาทแข็ง 13 ส.ค.นี้ หามาตรการเพิ่มขีดแข่งขันช่วยผู้ส่งออกไทย
“สุริยะ”เข้าพบผู้ว่าแบงก์ชาติ 13 ส.ค.นี้เพิ่มศักยภาพแข่งขันส่งออกไทยรับมือบาทแข็ง พร้อมเสนอมาตรการดึงดูดนักลงทุนจีนให้เข้ามาลงทุนไทยต่อ“สมคิด”ในวันที่ 14 ส.ค.62
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ส.ค.62 เวลา 15.15 น. จะเดินไปพบผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือผู้ส่งออกไทยที่ขณะนี้ประสบปัญหาเงินบาทแข็งค่า ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยการหารือจะทำให้ทราบถึงแนวทางช่วยเหลือที่ไม่ผิดกฎหมายว่า ประเทศไทยแทรกแซงค่าเงินบาท เนื่องจากสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมามีการออกมาระบุว่า ประเทศจีนมีการแทรกแซงค่าเงินหยวนมาแล้ว ทั้งนี้ทราบดีว่า ธปท.เป็นหน่วยงานอิสระ มีอิสระในการกำหนดนโยบายการเงินของประเทศ
นอกจากนี้ เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะนักลงทุนจากจีนเบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)เร่งจัดทำมาตรการดึงดูดการลงทุน โดยให้จัดทำสิทธิประโยชน์ในการลงทุนสูงเพียงพอที่จะแข่งขันกับประเทศเวียดนาม โดยมาตรการเหล่านี้และเพื่อให้การดึงดูดการลงทุนจากจีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายที่จะจัดตั้งสำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมในต่างประเทศเพิ่มที่เซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 1 ปีนับจากนี้ไปโดยจะนำแผนเสนอให้ ครม.พิจารณา มาตรการดึงดูดนักลงทุนจะได้มีการสรุปและนำเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรมวันที่ 14 ส.ค.62
“การดึงดูดนักลงทุนจีนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมาไทยเพื่อผลิตสินค้าส่งออกนั้น เร็วๆนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเชิญนักลงทุนจีนประมาณ 300 คนเข้ามารับทราบศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน โดยจะพบปะหารือกับนักลงทุน พร้อมนำลงพื้นที่จริงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี เพื่อให้เห็นถึงความพร้อม”
ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ สศอ.ทบทวนนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากขณะนี้แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกและผู้ผลิตรถยนต์ต่างให้ความสำคัญด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยมลพิษลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นการผลิตรถยนต์ในอนาคตจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และองค์กรพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อนำประเด็นที่ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐช่วยแก้ไข พร้อมให้การสนับสนุนมาปรับปรุงนโยบาย ปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ โดยจะหารือกับส.อ.ท.ในวันที่ 9 ส.ค.62