โควิดกดราคาน้ำมันร่วง Q1 ปตท.อ่วมขาดทุน 1.5 พันล้านบาท บอร์ดสั่งทบทวนแผนลงทุน

เศรษฐกิจ11 พ.ค. 2563 • 17:03 น.
โควิดกดราคาน้ำมันร่วง Q1 ปตท.อ่วมขาดทุน 1.5 พันล้านบาท บอร์ดสั่งทบทวนแผนลงทุน
กลุ่ม ปตท.ไตรมาส1/63 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 1,554 ล้านบาท บอร์ด ปตท.สั่งทบทวนลงทุนเน้นขายในประเทศ หลังเจอบทเรียนโควิด-19 มั่นใจพร้อมรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน คาดผลดำเนินการจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 และ 2 ปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 กระทบหนักต่อการขาดทุนสตอกของธุรกิจโรงกลั่น ปิโตรเคมีและน้ำมันของกลุ่ม ปตท.เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควบคุมไม้ได้เพราะเป็นไปในรูปแบบเดียวกันทั่วโลก แต่คาดว่าไตรมาส 3 และ 4 จะดีขึ้น ตามทิศทางราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นโดยราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้าในไตรมาส 3/63 ได้เริ่มขยับขึ้นเป็นถึง 30เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และคาดว่าราคาน้ำมันดิบปีนี้จะ เฉลี่ยราว40-50เหรียญ/บาร์เรล ทั้งนี้นโยบายของกลุ่ม ปตท.ที่ทำมาตลอดคือประเมินความเสี่ยงทุกระยะ ลดต้นทุนค่าดำเนินการ โครงการใหม่ๆก็เลื่อนไปก่อน ล่าสุดได้มีการเสนอตัดงบดำเนินงานต่อบอร์ด ปตท.เมื่อวันที่ 30 เม.ย.63 แต่บอร์ด​ยังไม่อนุมัติให้ทบทวนอีกรอบ โดยให้นโยบายทบทวนการลงทุนที่ไม่เน้นการส่งออก เพราะช่วงโควิด-19 เห็นชัดเจนว่า ไม่สามารถส่งออกได้ เพราะความต้องการตลาดโลกหดตัว ต้องลดกำลังกลั่น น้ำมันเครื่องบินขายไม่ได้ต้องปรับไปเป็นดีเซลหรือ ปิโตรเคมี โดย ซีอีโอ คนใหม่คือนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์​ ที่จะเข้ามาเริ่มงานแทนตนตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.นี้จะทำแผนทบทวนเสนอบอร์ดอีกรอบหนึ่ง โดยธุรกิจในกลุ่ม ปตท.ได้ดูเรื่องความร่วมมือ หรือ optimization เพื่อลดต้นทุน ทำให้เกิดประสิทธิภาพ​สูงสุดร่วมกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยบอร์ดให้ดูว่า การลงทุนเพื่อส่งออก หากทำเพิ่มจะกระทบอย่างไร เพราะ โควิด-19 รอบนี้เห็นชัดส่งออกไม่ได้ ต้องลดกำลังผลิตและพึ่งพาตลาดในประเทศ ดังนั้น อะไรที่ไม่จำเป็นก็เลื่อนลด-ละ-เลื่อน" ได้แก่ "ลด" ค่าใช้จ่ายและการจ้างงานบุคคลภายนอกโดยเน้นดำเนินงานด้วยตนเองให้มากที่สุด "ละ" การเดินทางและกิจกรรมที่ไม่จำเป็น "เลื่อน" การลงทุนที่ไม่เร่งรัดโดยการจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุน โดยคาดว่าทั้งกลุ่มปตท.จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และทบทวนปรับลดแผนการลงทุน (CAPEX) ในปี 63 ได้ประมาณ 10-15% นอกจากนี้ในด้านการบริหารสภาพคล่องและรักษาความแข็งแกร่งด้านการเงิน ของกลุ่มปตท. ได้จัดหาสภาพคล่องจากวงเงินกู้ธนาคาร หรือการกู้ยืมระหว่างกันในกลุ่ม ปตท. การจัดเตรียมหาแหล่งเงิน (Prefunding) ตามสภาพตลาดที่เหมาะสม รวมถึงทบทวนการนำเงินไปลงทุนระยะสั้น โดยเน้นการลงทุนในเครื่องมือที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีสภาพคล่องสูง บริหารความเสี่ยงลูกหนี้ และเจ้าหนี้การค้าเพื่อรักษาสภาพคล่อง และมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เหมาะสม รวมถึงบริหารภาษีจากมาตรการช่วยเหลือทางภาษีต่างๆตามประกาศของภาครัฐ “แม้ในช่วงที่ตนทำงานจะประสบวิกฤติโควิด-19 แต่สิ่งที่ กลุ่ม ปตท.เดินหน้าไปด้วยกันคือรักษาความมั่นคงพลังงานควบคู่การร่วมมือดูแลคนไทย และน่าภาคภูมิใจที่ ปตท.ได้รับรางวัลรางวัลองค์กรโปร่งใส2ปีซ้อน จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้” ทั้งนี้แม้ผลประกอบการไตรมาส1/63 ย่ำแย่ก็เป็นผลจากตลาดโลก กระทบไทยทั้งโควิด-19 และสงครามราคาน้ำมันที่ยากต่อการควบคุม และ กลุ่ม ปตท.จะไม่ประสบปัญหาล้มละลายเหมือนHin Leong (ซิงหลง) บริษัทค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่ในสิงคโปร์ ที่คาดการณ์ผิดพลาด จากการเป็นเทรดเดอร์น้ำ เพราะกลุ่ม ปตท.ซื้อขายน้ำมันเพื่อการผลิตและจำหน่ายที่ใช้จริง แม้ควบคุมความเสี่ยงแต่ต้องได้รับผลจากการขาดทุนสต๊อก ส่วนโครงการเปิดเสรีนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวโดยเปิดให้บุคคลที่ 3 มาใช้ท่อ ปตท.นั้น นายชาญศิลป์ กล่าวว่าทุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปตท.คงไม่สามารถผูกขาด ได้ต้องปรับตัวร่วมมือกับมืออาชีพ เพื่อบริหารให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับธุรกิจขายปลีกน้ำมัน ที่ผ่านมา ปตท.ลดการผูกขาดหน่วยงานรัฐไปแล้ว และการที่จะกระจายหุ้นบริษัทในเครือ ก็เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ "กลุ่ม ปตท.เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำธุรกิจกลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด และสามารถปรับรูปแบบการดำเนินงานเพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รวมทั้งวางแผนปรับรูปแบบธุรกิจใหม่ เพื่อให้ กลุ่ม ปตท. มีความพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจากการประเมินฐานะการเงิน แม้เป็นกรณี Stress case ปตท. และกลุ่ม ปตท.ยังคงสามารถลงทุนตามแผนการลงทุน (committed capital expenditure) 5 ปีตามมาตรการ ลด ละ เลื่อน และสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน (investment grade) และหรือสูงกว่า ทั้งนี้ ปตท.สามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ BBB+ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับประเทศ โดยยังมีสภาพคล่องที่สูงและมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง" สำหรับผลการดำเนินงานของ ปตท. ในไตรมาส 1/63 มีผลขาดทุนสุทธิ 1,554 ล้านบาท ลดลงจากกำไรสุทธิ 29,312 ล้านบาทในไตรมาส 1/62 และกำไรสุทธิ 17,446 ล้านบาทใน/ตรมาส 4/62 โดยมียอดขาย 483,567 ล้านบาท ลดลง 12.2% จากงวดปีก่อน และลดลง 13.7% จากไตรมาสก่อน ขณะที่มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 1/63 ที่ 32,385 ล้านบาท ลดลง 59.8% จากไตรมาส 1/62 สาเหตุหลักจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นที่มีขาดทุนจากสตอกกน้ำมันในไตรมาส 1/63 ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงอย่างมากในสิ้นไตรมาส1/63มาอยู่ที่ 23.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากระดับ 67.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในสิ้นไตรมาส 4/62 โดยการขาดทุนสต๊อกกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ขณะที่ธุรกิจก๊าซฯมีผลการดำเนินงานลดลงจากราคาและปริมาณขายที่ลดลง ธุรกิจน้ำมันมีผลขาดทุนสต็อกและปริมาณขายที่ลดลง คาดว่าปริมาณขายเฉลี่ยในปีนี้จะต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ประมาณ 7% จากปริมาณขายที่ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ในภาคไฟฟ้าและปิโตรเคมี