“สุริยะ”สั่ง สมอ.ออกมาตรฐานเข้ม คุมความปลอดภัยโรงงานสกัดโควิด

เศรษฐกิจ15 มี.ค. 2564 • 11:16 น.
“สุริยะ”สั่ง สมอ.ออกมาตรฐานเข้ม คุมความปลอดภัยโรงงานสกัดโควิด
“สุริยะ” จี้ สมอ.เร่งออกมาตรฐานความปลอดภัยโควิด-19 หนุนโรงงานทั่วประเทศใช้ ป้องกันและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในโรงงาน ตั้งเป้าหมายโรงงานกว่าหมื่นโรงงาน ปลอดภัยจากโควิด-19 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ สมอ. เร่งรัดดำเนินการประกาศใช้มาตรฐานโควิด-19 หรือมาตรฐาน มตช.45005-2564 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการทำงานอย่างปลอดภัย ระหว่างการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หลังคณะกรรมการ สมอ.ให้ความเห็นชอบพร้อมกับมาตรฐานระบบการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ และมาตรฐานในกลุ่มบีซีจี (BCG-Bio Circular Green Economy) ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ในการจัดระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าว เพื่อควบคุม ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้โรงงานทั่วประเทศนำไปใช้เพื่อให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 “มาตรฐานโดวิด-19 จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นในสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งในด้านการบริหารจัดการ และคุณภาพของสินค้าว่าจะมีความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายผลักดันให้โรงงานทั่วประเทศซึ่งมีมากกว่าหมื่นราย นำมาตรฐานนี้ไปใช้ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการให้เชื้อไวรัสโควิด-19 หมดไปจากประเทศไทย” นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า มาตรฐานโควิด-19 หรือมาตรฐาน มตช.45005-2564 เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก สามารถนำไปใช้จัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยภายในโรงงาน และสถานประกอบการทั่วไป เพื่อการทำงานอย่างปลอดภัยในระหว่างการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีแนวทางการปฏิบัติหลักๆดังนี้ 1) สถานประกอบการที่จะนำมาตรฐานไปใช้ต้องมีการวางแผนการประเมินความเสี่ยง 2) มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับความเสี่ยง 3) ผู้บริหารองค์กรต้องมีมาตรการเตรียมการป้องกันกรณีมีผู้ติดเชื้อเข้ามาภายในองค์กร 4) มีมาตรการจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ 5) มีการบริหารจัดการบุคลากร การกำหนดสถานที่การทำงาน และการสื่อสาร 6) มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้เพียงพอ ทั้งนี้มาตรฐานดังกล่าวเป็นข้อแนะนำให้สถานประกอบการนำไปปรับใช้ สามารถใช้ได้กับองค์กรทุกขนาดและทุกประเภท “การประชุมคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานด้านการตรวจสอบและรับรองในครั้งนี้นอกจากจะเห็นชอบมาตรฐานโควิด-19 แล้วยังเห็นชอบมาตรฐานระบบการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ มตช.22313-2564 ซึ่งเป็นระบบการจัดการที่ใช้ในองค์กรเพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักเช่น อุบัติภัยทางธรรมชาติ การก่อวินาศกรรม การก่อจลาจล การเกิดโรคระบาด หรือการเกิดวิกฤตทางสถาบันการเงินให้สามารถฟื้นฟูองค์กรกลับสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศต่างๆทั่วโลก มีการนำมาตรฐานนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย อีกทั้งยังเห็นชอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับบีซีจี โมเดล (BCG-Bio Circular Green) ตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วยรวม 10 มาตรฐานได้แก่ มาตรฐานก๊าซเรือนกระจก รีไซเคิล ขวดพลาสติกสี และเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น”