“สนธิรัตน์”คุมเข้มออก 2 มาตรการ สกัดลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ
"สนธิรัตน์" คลอด 2 มาตรการโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุ่มตรวจน้ำมันปาล์มดิบหรือ CPO ที่จะผลิต บี100เพื่อให้รู้ถึงแหล่งที่มาว่าผลิตในไทยหรือลักลอบนำเข้า คาดเริ่มดำเนินการไตรมาส 2 ปี63
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงนเตรียมดำเนินการใน 2 มาตรการสำคัญป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาปาล์มอย่างยั่งยืน โดยมาตรการแรกจะนำเทคนิคทางวิทยาศาสตร์และสถิติขั้นสูงมาวิเคราะห์ข้อมูล หรือการวิเคราะห์โครงสร้างองค์ประกอบทางเคมีในน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันปาล์มดิบอย่างบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา พัฒนาระบบที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำมันปาล์มดิบ
ทั้งนี้กระทรวงพลังงาน จะใช้มาตรการดังกล่าวเข้าไปกำกับดูแลสต็อก CPO ในโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100%(B100) ที่จะนำไปสู่การผสมเป็นน้ำมันไบโอดีเซลเกรดต่างๆ ทั้งดีเซล บี7,ดีเซล บี10 และดีเซล บี20 ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้รู้ถึงที่มาของ CPO ว่ามาจากประเทศไทย หรือเป็นการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่า จะเริ่มดำเนินการสุ่มตรวจได้ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ให้สอดรับกับมาตรการกำหนดให้ทุกสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศจะต้องมีการจำหน่ายดีเซล บี10 ครบทุกปั๊มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.63 เป็นต้นไป
โดยขณะนี้กรมธุรกิจพลังงาน อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวเพื่อนำมาสุ่มตรวจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีราคาต่อเครื่องประมาณ 3-5 ล้านบาท ภายใต้งบประมาณของกระทรวงพลังงาน โดยหากตรวจสอบพบว่า เป็น CPO ที่เกิดจากการนำเข้าทางกระทรวงพลังงานจะมีบทลงโทษสูงสุดตามอำนาจคือ ปฏิเสธการสั่งซื้อCPO ดังกล่าว และส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการลงโทษตามข้อกฎหมายต่อไป
สำหรับมาตรการที่สองคือ การติดตั้งมิเตอร์ Automatic Tank Gauge (ATG) ในการตรวจวัดปริมาณ B100 ทุกถังเก็บในคลังผู้ผลิต เพื่อติดตามปริมาณ B100 แบบเรียลไทม์ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อดูปริมาณ B100 ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานได้สำรวจข้อมูลของโรงงานผลิต B100 ที่ปัจจุบันมีอยู่ 13 บริษัท 14 โรงงาน มีถังเก็บ B100 รวม 76 ถัง และได้ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 42 ถัง เหลืออีก 34 ถัง คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.63 และติดตั้งเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ เนื่องจากมีขั้นตอนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องใช้เวลา โดยการติดตั้งมิเตอร์ ATG จะใช้งบประมาณของกระทรวงพลังงานหลักสิบล้านบาท