สภาพัฒน์ จี้รัฐสกัดไวรัสมรณะทุบ ศก.ทรุด

เศรษฐกิจ18 พ.ค. 2564 • 00:10 น.
สภาพัฒน์ จี้รัฐสกัดไวรัสมรณะทุบ ศก.ทรุด
"โควิด-19" ระบาดหนัก ทุบเศรษฐกิจทรุดติดลบ 2.6% "สศช."หั่นจีดีพีปี 64 เหลือ 1.5-2.5% คาดทั้งปีโตแค่ 2% เผยท่องเที่ยวซึมยาว แนะเร่งฉีดวัคซีนดึงเชื่อมั่น เมื่อวันที่ 17 พ.ค.64 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในไตรมาสแรกของปี 2564 และแนวโน้มปี 2564 ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2564 ลดลง 2.6% หลังจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี ทำให้ทั้งปี สศช.ปรับประมาณการใหม่ จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.5-3.5% เหลือเพียงขยายตัว 1.5-2.5% หรือเฉลี่ยขยายตัว 2% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆจากการลดลง 6.1% ในปี 2563 ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งความล่าช้าในการกระจายวัคซีน ความไม่แน่นอนจากสายพันธุ์ใหม่ของไวรัสโควิด-19 ความล่าช้าในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โดยคาดว่าในปี 2564 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศ 5 แสนราย มีรายได้ 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากในประเทศต้นทางบางประเทศยังมีมาตรการไม่ให้เดินทางท่องเที่ยว เป็นต้น โดยในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงที่เหลือของปี 2564 สศช.เสนอว่าควรให้ความสำคัญกับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศเพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและอยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว และการป้องกันการกลับมาระบาดรุนแรงในระลอกใหม่ มุ่งเน้นการบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคและป้องกันการระบาดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการยกระดับกระบวนการเฝ้าระวังสอบสวนโรคเชิงรุก โดยเฉพาะการเร่งรัดการตรวจเชิงรุกในเขตพื้นที่หรือชุมชนที่มีความเสี่ยงสูงในกรุงเทพฯ หรือเขตเมืองต่างๆที่ยังคงเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรง รวมทั้งการดูแลและควบคุมกิจกรรมและกิจการบางประเภทที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของการระบาดของโรคอย่างเข้มงวด และการป้องกันการนำเข้าเชื้อไวรัสกลายพันธุ์เพิ่มเติมโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้ที่เดินทางข้ามชายแดน ขณะเดียวกัน ต้องเร่งรัดจัดหาและกระจายวัคซีนให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมทั่วถึงและเพียงพอเพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยการจัดลำดับความสำคัญตามหลักการสาธารณสุขในการกระจายให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เศรษฐกิจทั้งในภาคการท่องเที่ยวและภาคการผลิตที่สำคัญ รวมทั้งมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ เช่นเดียวกับการพัฒนาศักยภาพของระบบสาธารณสุขให้เพียงพอต่อการรองรับการแพร่ระบาดในปัจจุบันและที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และการเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจนให้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการเข้ารับวัคซีน รวมถึงการรณรงค์เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติและดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดระลอกใหม่และลดโอกาสการกลับมาติดเชื้อซ้ำภายหลังได้รับวัคซีนแล้ว