หอการค้าฯชี้ดัชนี ModernTrade Q2/63ร่วง แตะระดับ 46.4 เหตุโควิดยอดขายยังไม่ฟื้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Modern Trade ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2563 พบว่า ดัชนีมีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากในช่วงไตรมาสที่ 1 มาอยู่ที่ระดับ 46.4 แต่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 47.1 เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าดัชนีได้ปรับตัวลดลงสู่จุดต่ำสุดแล้ว โดยคาดการณ์ว่าดัชนีจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป แต่ยังคงให้ความระมัดระวังในเรื่องของการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะมีผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจของประเทศ กำลังซื้อของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตามดัชนีที่มีการปรับตัวลดลงนั้น นอกจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังมีปัจจัยมาจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งการออกจากบ้านน้อยลงและซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็น การส่งออกที่ลดลง รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ซึ่งมีผลโดยตรงกับกำลังซื้อทำให้ยอดขายสินค้าของ Modern Trade ลดลง
ทั้งนี้ทางภาคเอกชนได้เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา คือ 1.มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การเพิ่มสภาพคล่องการเงินโดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจ SME ลูกค้ารายย่อย ผ่านกลุ่มธุรกิจค้าปลีก การลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ,2.มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เช่น อัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย ‘ช็อป ช่วย ชาติ’ นำไปลดภาษีเงินได้ เพดานไม่เกิน 50,000 บาท โดยรัฐบาลไม่ต้องใช้เม็ดเงินเข้าไปอัดฉีด ,3.มาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงาน เช่น ฝึกอาชีพ ให้กู้เงินเพื่อลงทุนโดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 6-12 เดือน ,4.มาตรการทางภาษี เช่น ลดอัตราภาษีเงินได้ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มหากมีการลงทุน ,5.เร่งคืนเงินประกันสังคมสาหรับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และขยายการสนับสนุนการจ่ายเงินให้ผู้ประกันสังคมจนถึง สิ้นปี 2563 และ 6.เร่งแก้ไขปัญหาการจัดการโควิดให้ยั่งยืน