บก.จับมือกรุงไทย ยกระดับ e-bidding ผ่าน Blockchain ล้อมคอกความเสี่ยงรั่วไหลข้อมูล ช่วยรัฐประหยัดงบ 10%
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดย โครงการ e-GP Transformation for Thailand’s Future ถือเป็นความร่วมมือสำคัญ ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยยกระดับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส และเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการในการเข้ามาเป็นผู้ค้าภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ Startup จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลจากภาคธนาคารได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายเล็กในการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น อันจะเป็นการช่วยขับเคลื่อนและนำพาเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง (บก.) กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้ให้ความสำคัญและผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงานของกรมบัญชีกลางมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาช่วยเพิ่มความโปร่งใสและปลอดภัยให้กับขั้นตอนการเสนอราคาด้วยวิธี e-bidding ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ค้าได้ว่าจะไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลการเสนอราคาได้ จนกว่าจะสิ้นสุดการเสนอราคาถึงจะเปิดเผยผลการเสนอราคาได้ นอกจากนี้ยังได้นำ ระบบการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” มาช่วยยืนยันตัวตนผู้ค้าภาครัฐ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วให้กับขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นผู้ค้าภาครัฐ ลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการและสร้างมาตรฐานในการให้บริการของภาครัฐที่ต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งระบบดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ยังให้งความสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่ม Start up ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจต่อไป โดยกรมบัญชีกลางสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการให้แต้มต่อ เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่ม Start up ก็ยังคงประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุน หรือมีต้นทุนทางการเงินสูงเกินความจำเป็น ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวกรมบัญชีกลางจึงมีความพร้อมที่จะนำข้อมูลการเป็นคู่สัญญาของผู้ประกอบการกับภาครัฐ หรือผู้ประกอบการที่ได้รับงานภาครัฐโดยความยินยอมของผู้ประกอบการ เพื่อมาใช้ประกอบการขอสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่ม Start up สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นโครงการที่เรียกว่า Smart Financial and Payment Infrastructure (“SFPI”) ด้วยการพัฒนาภายใต้โครงการดังกล่าวนี้จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกรรมกับภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น เข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยีและช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
"ในแต่ละปีโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีการประมูลผ่านระบบ e-bidding ราว 6.4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่า เมื่อมีการนำระบบดังกล่าวมาใช้ จะก่อให้เกิดการแข่งขันราคากันอย่างเข้มข้นขึ้น น่าจะทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างได้ ไม่ต่ำกว่า 10% ของ 6.4 แสนล้านบาท"
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กรุงไทยในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงการคลังในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจ สามารถเข้าถึงบริการของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และโปร่งใส ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นในทุกวัน ตามยุทธศาสตร์ X2G2X ของธนาคาร โดยธนาคารได้ร่วมกับกรมบัญชีกลางพัฒนาโครงการ e-GP Transformation for Thailand’s Future เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมติดปีกธุรกิจไทย ก้าวไกลสู่อนาคต ด้วยโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านโครงการการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ต่อยอดเชื่อมโยงกับ “PromptBiz” สนับสนุนการทำธุรกรรมการค้าให้เป็นดิจิทัลแบบครบวงจร โดยเชื่อมโยงข้อมูลการค้าและการชำระเงินของภาคธุรกิจเข้ากับข้อมูลผู้ให้บริการทางการเงินและระบบภาษีของภาครัฐ แก้ Pain Point การทำธุรกิจแบบเดิมที่ใช้เอกสารกระดาษ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ ผ่าน Digital Supply Chain Finance
"ธนาคาร พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ 4.0 สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs สร้างเศรษฐกิจสู่ชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป"