สุดทน!พิษพลังงานพุ่ง! "รถเมล์-สตรีทฟู้ด-เบียร์-น้ำอัดลม" ตบเท้าขึ้นราคา ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้
สุดทนพิษดีเซล-ก๊าซเอ็นจีวีพุ่ง! "รถเมล์-สองแถว" บุกก.หูกวาง ขอขึ้นค่าตั๋ว 2 บาท ด้าน "สตรีทฟู้ด" จ่อเพิ่มเมนูละ 10 บาท ขณะที่ "เบียร์ลีโอ-น้ำอัดลม" ไม่น้อยหน้าประกาศขึ้นขวดละ 1-2 บาท เริ่ม 1 ก.ค.นี้
วันนี้ (30 มิ.ย.65) นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กรุงเทพฯและปริมณฑล เผยว่า สหพันธ์ฯเดินทางมายื่นหนังสือที่กระทรวงคมนาคม ถึงนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง โดยต้องการขอให้พิจารณาปรับค่าโดยสารให้รถเมล์และรถสองแถว หมวด 4 (รถโดยสารที่วิ่งประจำอยู่ในเส้นทาง ที่มีจุดต้นทางและปลายทางอยู่ระหว่างอำเภอกับจังหวัดหรือระหว่างอำเภอ) โดยขอขึ้นค่าโดยสารสองแถว จาก 8 บาท เป็น 10 บาท ส่วนรถเมล์ขอค่าโดยสาร จาก 10 บาท เป็น 12 บาท เนื่องจากน้ำมันดีเซลและก๊าซขึ้นราคา ส่งให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) เดิมราคา 8.50 บาท เพิ่มเป็น 15.50 บาท ทำให้รายได้ไม่พอรายจ่าย และส่งผลให้ผู้ประกอบการรถหมวด 4 ต้องหยุดวิ่งหลายรายแล้ว
"สหพันธ์ฯต้องการให้ภาครัฐพิจารณาเพิ่มค่าโดยสารให้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หากรัฐบาลไม่พิจารณาปรับขึ้นให้จะมีการออกมาเคลื่อนไหวต่อไป เนื่องจากแบกภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่าพลังงานไม่ไหว รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถหมวด 4 ลดลงกว่า 40%"
ด้าน น.ส.ประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารสตรีทฟู้ดในตอนนี้ ภาพเหมือนจะฟื้นตัวได้ แต่ก็ยังไม่ได้ฟื้นดีมากเท่าที่ควร เนื่องจากมีพ่อค้าแม่ค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็เป็นการเข้ามาทดแทนรายเก่าที่เลิกกิจการไป เพราะทนแบกรับต้นทุนที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกรายการไม่ไหว ทำให้รายได้ที่ได้มาคำนวณกับกำไรพบว่ากำไรที่ได้รับมาน้อยมาก ดังนั้นโดยในเดือนกรกฎาคมนี้จากการประเมินคาดว่า ร้านอาหารต่างๆ จะทยอยปรับขึ้นราคาเมนูอาหารประมาณ 10-20% หรือเริ่มต้นที่ 10 บาทต่อเมนู เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันพืช และก๊าซหุงต้มที่เป็นวัตถุดิบต้นทุนปรับขึ้นมากว่า 40%
ขณะที่ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งและค้าปลีกไทย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้แทนจำหน่ายเบียร์ลีโอ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 จะขึ้นราคาต้นทุนขนส่งและขายปลีกอีก 10-20 บาทต่อลัง(จำนวน 12 ขวด) หรือเพิ่มขึ้น 1-2 บาทต่อขวด ตามราคาน้ำและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาต่อลัง จาก 604 บาท เป็น 614 บาทต่อลัง และวันที่ 1 กรกฎาคมขึ้นอีก 12 บาทต่อลัง เป็น 626 บาทต่อลัง ทำให้ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 1-2 บาทต่อขวด
นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำอัดลมทั้งโค้กและเป๊ปซี่ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะปรับราคาต้นทุนขนส่งและขายปลีกทุกขนาดอีก 1-2 บาทต่อขวด เช่นเดียวกัน