หรือ!?!เป็นช่องว่างโครงสร้างภาษีสรรพสามิต “โซจู” ซอฟต์เพาเวอร์เกาหลีที่กำลังมาแรง!!!

เศรษฐกิจ17 ก.พ. 2566 • 23:00 น.
หรือ!?!เป็นช่องว่างโครงสร้างภาษีสรรพสามิต “โซจู” ซอฟต์เพาเวอร์เกาหลีที่กำลังมาแรง!!!

กระแสอินเทรนด์จากแดนกิมจิ "เกาหลี" มาแรงในเวลานี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีจะกลายเป็นกระแสเกิดขึ้นต่อเนื่อง! ไม่ว่าจะเป็นนักร้องต้องไปเดบิวต์ที่เกาหลีถึงจะมีโอกาสขึ้นเวทีระดับโลก อาหารก็ต้องสูตรเกาหลี แม้จะขายในร้านแบรนด์อเมริกัน เหล้าก็ต้องโซจู แม้แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นสาเกยังถูกเบียด ผับ บาร์ เดี๋ยวนี้คนนิยมสั่งโซจูมาดื่มตามรอยซีรี่ส์ แม้แต่ร้านสะดวกซื้อยังมีโซจูให้เลือกสารพัดรส สารพัดแบรนด์ จะถูกจะแพงมีหมด แถมยังผลิตในประเทศไทยกันเยอะ 

และจากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการของตลาดเครื่องดื่มพบว่า มีผู้ประกอบการหลายรายแสดงอาการน้อยใจรัฐบาลที่ว่าจะสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย แต่ปล่อยให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เกิดกรณี “ปลาใหญ่ กินปลาเล็ก”  

อีกทั้งปัจจุบัน “โซจู” ได้โบนัสให้เสียภาษีสรรพสามิตน้อยกว่าแอลกอฮอล์หลายประเภท อยู่ประมาณ 10% ระดับเดียวกับ RTD เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผสมพร้อมดื่ม ทำให้มีราคาขายต่ำกว่าคู่แข่งอื่น ๆ รวมไปถึงโซจูแบรนด์นำเข้าที่ต้องเสียภาษีอีกระดับหนึ่งด้วย 

ทำให้เกิดความสงสัยว่า ที่เสียภาษีต่ำเพราะปริมาณแอลกอฮอล์น้อยรึเปล่า รัฐน่าจะใช้มาตรการทางภาษีในการเก็บภาษีในอัตราที่สูงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูง เพื่อกีดกันไม่ให้คนดื่มเหล้าแรง ๆ 

นอกจากนี้ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศพัฒนาแล้ว การที่จะเก็บภาษีตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์แบบประเทศพัฒนา โดยโซจูปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 17-45%  และ RTD มีปริมาณแอลกอฮอล์ 4-10% แต่เก็บภาษี (ราคาขายปลีกแนะนำ) ที่ 10% วิสกี้ปริมาณแอลกอฮอล์  35-40% เก็บภาษีที่ 20%  เหล้าขาว แม้จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ 28-40% แต่เพราะเป็นเหล้าพื้นถิ่น เก็บภาษี 2% เท่านั้น  และเบียร์มีแอลกอฮอล์ 4-7%ใกล้เคียงกับ RTD แต่เสียภาษีสูงกว่า 22% เรียกได้ว่าเบียร์ต้องเสียภาษีสูงกว่ากันอีกเท่าตัว!!!   

หรือโซจูจะถือเป็นเหล้าพื้นถิ่นที่ต้องสงวนไว้แบบเหล้าขาว?!? แต่ก็ใช่จะทำได้ เพราะโซจูเป็นเหล้าพื้นถิ่นของเกาหลี ไม่เกี่ยวกับไทย ถึงแม้เกาหลีจะปล่อยให้สร้างซอฟต์พาวเวอร์ มีการนำไปสอดแทรกในซีรี่ส์ต่าง ๆ ได้ไม่ผิดกฎ ต่างกับไทย  

เป็นเรื่องที่ไทยเสียโอกาสและพลาดไปอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยมีเอกลักษณ์ที่คนไทยสามารถทำได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพียงที่ผ่านมาถูกปิดกั้นด้วยคำกล่าวอ้างด้านศีลธรรม 

แต่เรื่องเก็บภาษี เกาหลีดำเนินตามรอยประเทศที่พัฒนาคือหันไปเก็บตามปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เพราะเป็นการแก้ไขและป้องกันที่ถูกจุดมากกว่า 

ดังนั้นการที่เวลานี้ “โซจู” กลายเป็นที่นิยมของนักดื่มทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่อาจจะสรุปได้ว่า ที่จริงรัฐไม่ได้จริงใจในการสนับสนุนเอสเอ็มอี แถมเป็นการเปิดตลาดให้รายใหญ่ มาสร้างโอกาสช่องโหว่จากภาษีที่จ่ายถูกกว่า!!  

ก็ไม่ว่ากัน แต่ก็ขอให้เริ่มต้นที่จุดสตาร์ตเดียวกันทุกคน ผู้ประกอบการรายย่อยไทย ก็พร้อมที่จะทำแบรนด์แข่งกับรายอื่นได้เช่นเดียวกัน  

เพราะท้ายที่สุดก็กลับมาสร้างผลประโยชน์ให้ประเทศชาติอยู่ดี นอกจากจะทำให้เอสเอ็มอีเข้มแข็ง รายได้กระจายตัวมากขึ้น  

ยังทำให้ประเทศตระหนักรู้ และเกิดวัฒนธรรมของความเท่าเทียมกันมากขึ้น พร้อมจะช่วยให้การลดปัญหาของสังคมที่เกิดจากการเมาได้อีกด้วย