“ทรีนีตี้” เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือนแรกของปีฉลู แนะลงทุนโรงไฟฟ้า-ไฟแนนซ์-ถุงมือยาง-หุ้นปันผล

เศรษฐกิจ4 ม.ค. 2564 • 12:25 น.
“ทรีนีตี้” เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือนแรกของปีฉลู แนะลงทุนโรงไฟฟ้า-ไฟแนนซ์-ถุงมือยาง-หุ้นปันผล
“ทรีนีตี้”เผยกลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือนแรกของปีฉลู ให้กรอบดัชนีแนวต้านสำคัญที่ 1,500จุด ส่วนแนวรับประเมินที่ 1,400จุดและ1,360จุดตามลำดับ แนะลงทุน4กลุ่มหุ้นที่คาดปรับตัวแข็งแกร่งกว่าตลาดทั้งโรงไฟฟ้า-ไฟแนนซ์-ถุงมือยาง-หุ้นปันผล นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยทิศทางการลงทุนเดือน ม.ค.ว่า ทรีนีตี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงเดือนแรกของปีจะมีแนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุด ซึ่งเป็นระดับดัชนีที่พอสามารถยืดไปถึงได้ หากกระแสเงินทุนยังไหลเข้า ในทางกลับกันมองแนวรับแรกที่ 1,400 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,360 จุด ซึ่งเป็นระดับดัชนีที่อิงกับ Forward PE ที่ 17.3 เท่า ถือเป็นระดับที่คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในช่วงถัดไปแล้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลัง COVID -19 ในประเทศกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง โดยกลยุทธ์การลงทุนเดือน ม.ค.คาดว่า นักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจลงทุนหุ้นเติบโต (Growth) อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้ช่วงการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 4 ปี 2563 เนื่องจากหุ้นเหล่านี้มีโอกาสส่งมอบผลกำไรที่ดีได้ ซึ่งแตกต่างกับหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) และหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) ที่ดีดตัวขึ้นแรงในช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้านี้ แต่ในแง่ผลประกอบการนั้นอาจสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนได้ ดังนั้นผู้ที่ถือครองหุ้นเหล่านี้อยู่อาจต้องระวังแรงขายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงก่อนประกาศงบการเงิน สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำและให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในเดือน ม.ค.คือ 1.กลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่ม Defensive ที่ยังคง Laggard ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า และมีความน่าสนใจมากขึ้นจาก Bond yield ในประเทศที่ปรับตัวลดลง ประกอบด้วย GULF,GPSC,EA,BGRIM,EGCO,RATCH และ ACE 2.กลุ่มไฟแนนซ์ ที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจชะลอตัวและดอกเบี้ยต่ำ อาทิ กลุ่มปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ได้แก่ SAWAD,MTC และกลุ่มบริหารหนี้ ที่ได้ประโยชน์จากการซื้อหนี้ในระดับราคาที่น่าสนใจได้แก่ BAM,JMT และ CHAYO 3.กลุ่มถุงมือยางที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากการกลับมาระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกที่รุนแรงต่อเนื่อง คือ STGT 4.กลุ่มหุ้นปันผล ที่มีความเชื่อมั่นในระดับสูงว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ในเดือน ม.ค.ประกอบด้วย PTT,INTUCH,GUNKUL,BCPG,TVO และ ORI โดยหุ้นทั้ง 6 ตัวนี้มีความเชื่อมั่นทางสถิติเกินกว่า 70% ว่าจะให้ผลตอบแทน Total return เป็นบวกในเดือน ม.ค. ส่วนหุ้นกลุ่มที่ให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาด คือ 1. หุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก COVID-19 ในรอบนี้ ได้แก่ กลุ่มธนาคารและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเช่น โรงแรม สายการบิน สนามบิน และร้านอาหาร 2. กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคภายในที่ชะลอตัว จนอาจส่งผลกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า 3.กลุ่มขนส่งสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากระดับการสัญจรในประเทศที่ลดลง ทั้งนี้จากสถิตินับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมาพบว่าช่วง 4 เดือนแรกของทุกปีมักเป็นช่วงเวลาที่ดีของหุ้นปันผล โดยหากดูในมิติของค่ากลางอัตราผลตอบแทนจะพบว่า ให้อัตราผลตอบแทนในแต่ละเดือนดังนี้ เดือน ม.ค.ให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ 3.6% เดือน ก.พ.ให้ผลตอบแทน 2.3% เดือน มี.ค.ให้ผลตอบแทน 0.2% และเดือน เม.ย.ให้ผลตอบแทน 1.8% จึงถือเป็นธีมการลงทุนหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะกลางได้