ผงะ! "กรมโรงงาน" พบกากของเสียแอบทิ้งกว่า 8 หมื่นตันที่ระยอง สั่งหยุดขน เร่งตรวจสอบ ดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด

เศรษฐกิจ8 ก.ย. 2565 • 11:17 น.
ผงะ! "กรมโรงงาน" พบกากของเสียแอบทิ้งกว่า 8 หมื่นตันที่ระยอง สั่งหยุดขน เร่งตรวจสอบ ดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) รุดลงพื้นที่ จ.ระยอง พบกากของเสียอุตสาหกรรมกว่า 80,000 ตัน ถูกลักลอบทิ้ง และฝังกลบโดยไม่ได้รับอนุญาต หวั่นกระทบชุมชน สั่งหยุดทันที พร้อมดำเนินการอย่างเฉียบขาดตามกฎหมายต่อไป

นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม สั่งการด่วนให้ นายพฤกษ์ ศิโรรัตนเศรษฐ์ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จากกรณีได้รับการร้องเรียนจากประชาชนพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ว่าในแต่ละวันมีรถบรรทุกขนาดใหญ่บรรทุกผงฝุ่นสีขาวเต็มคันสัญจรไป-มา ประมาณ 100 คัน บางคันใช้ผ้าใบสแลนกันแดดคลุม และบางคันไม่มีการคลุมป้องกัน ซึ่งเมื่อรถบรรทุกดังกล่าววิ่งด้วยความเร็วส่งผลให้ฝุ่นฟุ้งกระจายตามท้องถนน และปลิวเข้าบ้านเรือน ตลอดจนติดล้อรถออกมาสะสมบริเวณพื้นผิวจราจร ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนในพื้นที่และผู้สัญจรไป-มา เป็นอย่างมาก
     

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบกองกากของเสียอุตสาหกรรมจำนวนมากในพื้นที่โรงงาน มีรถบรรทุกจอดรอคิว เพื่อขนของเสียไปทิ้งนอกโรงงาน ซึ่งโรงงานดังกล่าวประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมี ยิปซัม แอมโมเนีย แอมโมเนียไฮดรอกไซด์ กรดกำมะถัน ตรวจสอบพื้นที่ภายในบริเวณโรงงานพบวัสดุลักษณะผงสีขาวจับตัวกันแข็งเป็นก้อน กองสูง 20 - 30 เมตร บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ คาดมีจำนวนกว่า 500,000 ตัน โดยมีรถแบคโฮ นับ 10 คัน กำลังขุดตักของเสียใส่รถบรรทุกเพื่อนำออกไปทิ้งนอกโรงงาน จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บริษัท พบว่าเป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานผลิตปุ๋ยแห่งชาติ ที่ได้เลิกกิจการไปแล้วกว่า 20 ปี โดยยอมรับว่าได้ขนออกไปแล้วกว่า 80,000 ตัน เพื่อไปฝังกลบไว้ในที่ดินว่างห่างออกไปจากโรงงาน 10 กิโลเมตร กรอ. ได้ตามไปตรวจสอบในพื้นที่ฝังกลบ พบว่าเป็นบ่อดินเดิมที่ทิ้งร้าง และมีรถแบคโฮ 5 คัน กำลังไถปรับพื้นที่ จึงสั่งให้ผู้ควบคุมหยุดการดำเนินการทั้งหมด
     

โดย กรอ.ได้สั่งการให้โรงงานหยุดขนออกนอกโรงงานโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้การขนย้ายมีผลกระทบกับชุมชนโดยรอบ และเก็บตัวอย่างผงฝุ่นสีขาวเพื่อตรวจสอบ เนื่องจากการขนย้ายดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจาก กรอ. ทั้งนี้ กรอ.จะสั่งการให้เร่งนำไปบำบัดและกำจัดให้ถูกต้อง ทั้งของที่อยู่ในโรงงานและที่นำไปลักลอบทิ้ง และพร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับโรงงานให้ถึงที่สุด
     

สำหรับการลักลอบทิ้งกากเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน และสร้างผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก กรอ. จึงได้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าวแบบครบวงจร โดยที่ผ่านมาได้มีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกากอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ทั้งเสนอแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษจำคุกกับพวกลักลอบทิ้งกาก ตลอดจนดำเนินคดีกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่รายงานการขนกากออกนอกโรงงานกว่า 50,000 ราย พร้อมทั้งนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มากำกับการขนย้ายกากแบบครบวงจร (E-Fully Manifest) และในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2566 นี้ กรอ.จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานที่มีหน้าที่รับกำจัดกาก แบบปูพรมทั่วประเทศพร้อมกัน เพื่อกำกับการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพที่สุด