ประกันรายได้ข้าว งวดที่ 18 มาตามนัด ราคาข้าวเปลือกยังอยู่ในเกณฑ์ดี

เศรษฐกิจ10 ก.พ. 2566 • 19:26 น.
ประกันรายได้ข้าว งวดที่ 18 มาตามนัด ราคาข้าวเปลือกยังอยู่ในเกณฑ์ดี

นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้พิจารณาราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 18 สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 4 – 10 ก.พ. 2566 ปรากฏว่า ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันรายได้เกือบทุกชนิดข้าว ยกเว้นข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่และข้าวเปลือกเจ้า โดยข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่  มีเกณฑ์กลางตันละ 13,644.35 บาท เกษตรกรจะได้รับชดเชยส่วนต่างตันละ 355.65 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 5,690.40 บาท และข้าวเปลือกเจ้า มีเกณฑ์กลางตันละ 9,993.02 บาท เกษตรกรจะได้รับชดเชยส่วนต่างตันละ 6.98 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 209.40 บาท สำหรับข้าวเปลือกปทุมธานี และข้าวเปลือกเหนียว มีราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกัน ดังนี้ ข้าวเปลือกปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 11,135.11 บาท และข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 12,550.07 บาท สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ  ไม่มีราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง เนื่องจากสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว โดยจะจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์งวดที่ 18  ในวันที่ 15 ก.พ.66 

ผู้แทนสมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมค้าข้าวไทย และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้ข้อมูลว่า ราคาข้าวสารเริ่มปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน จากค่าเงินบาทที่แข็งตัวต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ถือว่าค่าเงินเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับตลาดข้าวพื้นแข็งยังคงมีความต้องการจากต่างประเทศ เนื่องจากประเทศคู่แข่งของไทย เช่น เวียดนาม ลดการปลูกข้าวขาวลง สำหรับในส่วนของข้าวหอมมะลิ แม้คำสั่งซื้อมีการชะลอตัว แต่ตลาดภายในประเทศถือว่ากระเตื้องขึ้นจากการเปิดประเทศ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศเผยตัวเลขการขออนุญาตส่งออกถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 1 ล้านตัน ทำให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยยังตั้งเป้าการส่งออกไว้ที่ 7.5 ล้านตัน 

นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยต่อไปว่า ในงวดที่ 1 - 17 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้แล้วจำนวน 2.59 ล้านครัวเรือน จำนวน 7,846.54 ล้านบาท และการช่วยเหลือไร่ละพันบาท เกษตรกรได้รับเงินแล้วกว่า 4.62 ล้านครัวเรือน จำนวน 53,876.52 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ แต่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ ติดต่อ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน เพื่อให้ ธ.ก.ส. ตรวจสอบต่อไป 

ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้เพิ่มการติดตามดูแลการซื้อขายข้าวเปลือก ทั้งในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้น ซึ่งหากพบเห็นว่า ท่าข้าวหรือโรงสีใด ไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ กดราคารับซื้อ โกงน้ำหนัก หรือมีพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการเอาเปรียบชาวนา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569