“มะขามหวานเพชรบูรณ์” สินค้า GI ไทยได้รับการคุ้มครองในเวียดนาม เพิ่มรายได้ส่งออก

เศรษฐกิจ14 มี.ค. 2565 • 12:55 น.
“มะขามหวานเพชรบูรณ์” สินค้า GI ไทยได้รับการคุ้มครองในเวียดนาม เพิ่มรายได้ส่งออก
กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยเวียดนามรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “มะขามหวานเพชรบูรณ์” ขยายมูลค่าการส่งออกของไทยในตลาดเวียดนาม สร้างรายได้เข้าประเทศ ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ จดทะเบียน GI มะขามหวานเพชรบูรณ์ในจีน นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งเสริมการจดทะเบียน GI ไทยในต่างประเทศเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล สร้างโอกาสให้สินค้า GI ไทยได้รับความคุ้มครองในตลาดส่งออกสำคัญของไทย ผลักดันมูลค่าการตลาดให้สูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีสินค้า GI ไทยได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศ รวม 6 รายการ ครอบคลุมกว่า 30 ประเทศ ทั้งสหภาพยุโรป อินเดีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และเวียดนาม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยช้าง กาแฟดอยตุง เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน และผ้าไหมยกดอกลำพูน โดยล่าสุดในปีนี้ สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ประเทศเวียดนาม ประกาศรับจดทะเบียน GI “มะขามหวานเพชรบูรณ์” เรียบร้อยแล้ว นับเป็นสินค้า GI ไทยรายการที่ 2 ต่อจาก “เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน” ที่ได้รับการจดทะเบียน GI ในเวียดนาม ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า GI ไทย และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองในเวียดนาม มะขามหวานเพชรบูรณ์ ทุเรียนปราจีน มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในจีน เป็นต้น เพื่อให้สินค้า GI ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้มะขามหวานเพชรบูรณ์เป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ ฝักใหญ่ เนื้อหนานุ่มเหนียว มีสีสวยสม่ำเสมอ โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง 52,000 ตัน มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและมีตลาดส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ เวียดนาม จีน และหลายประเทศในทวีปยุโรป สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า 3,900 ล้านบาท/ปี --------------------------------------------------