ธปท. แจง บัตรเงินไหลเสียหาย 130 ล. ผบ.ตร.ประสานสหรัฐฯล่า-รื้อคดีเก่า

เศรษฐกิจ19 ต.ค. 2564 • 17:10 น.
ธปท. แจง บัตรเงินไหลเสียหาย 130 ล. ผบ.ตร.ประสานสหรัฐฯล่า-รื้อคดีเก่า
"ธปท.-สมาคมธนาคารไทย"แจงเหตุเงินไหลจากบัตร"เครดิต-เดบิต" ไม่ได้เกิดจากระบบธนาคาร พบความผิดปกติ 1.07 หมื่นใบ เสียหาย 130 ล้าน พร้อมคลอดมาตรการป้องกันระงับบัตรทันทีหากพบการใช้ผิดปกติ ขณะที่"ผบ.ตร."ประสาน “หน่วยงานลับสหรัฐฯ” หาต้นตอเงินไหล รื้อคดีเก่าร่วมพิจารณา ชำแหละวิธีการคนร้ายมีกี่ขั้นตอน สาวถึงร้านค้า-ผู้ประกอบการได้ประโยชน์หรือไม่ เมื่อวันที่ 19 ต.ค.64 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิต และบัตรเดบิตของลูกค้าจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 ตุ.ค.ที่ผ่านมา ว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากระบบธนาคาร โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีการใช้ One Time Password (OTP) โดยตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม มีบัตรที่มีการใช้งานผิดปกติจากเหตุข้างต้นจำนวน 10,700 ใบ โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นรายการใช้จากบัตรเดบิตเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการใช้งานส่วนใหญ่มีจำนวนเงินต่อรายการต่ำ เช่น 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีการใช้เป็นจำนวนหลายๆครั้ง ทั้งนี้ ธนาคารมีระบบตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยแต่ละธนาคารจะกำหนดเพดานและเงื่อนไขการใช้งานของบัตรตามลักษณะประเภทร้านค้าและประเภทสินค้าแตกต่างกันไป นอกจากนี้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ปัญหา ดังนี้ 1.ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารจะระงับการใช้บัตรทันทีและแจ้งลูกค้าในทุกช่องทาง รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ 2.เพิ่มการแจ้งเตือนลูกค้าในการทำธุรกรรมทุกรายการ ตั้งแต่รายการแรกผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบ Mobile banking อีเมล หรือ SMS 3.กรณีที่ตรวจสอบพบว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจากการทุจริตตามข้างต้น กรณีบัตรเดบิต ลูกค้าจะได้รับการคืนเงินภายใน 5 วันทำการ ส่วนกรณีบัตรเครดิต ธนาคารจะยกเลิกรายการดังกล่าว ลูกค้าไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติ และจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย 4.ธปท. และสมาคมธนาคารไทยจะเร่งหารือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร เช่น Visa Mastercard เพื่อกำหนดให้มีการใช้การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น OTP กับบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์ กรณีลูกค้าพบความผิดปกติของธุรกรรมด้วยตนเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด สำหรับประชาชนทั่วไป ควรตรวจสอบการทำธุรกรรมของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งระมัดระวังการผูกบัตรเดบิตในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง เช่น เกมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่ไม่มีการยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งาน หรือไม่มี OTP ทั้งนี้สำหรับบางธนาคาร ลูกค้ายังสามารถเปิด/ปิดการใช้งานของบัตร หรือเปลี่ยนแปลงวงเงินการใช้บัตร หรืออายัดบัตรได้ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร นอกเหนือจากการติดต่อกับธนาคาร ทั้งนี้ ธปท.และสมาคมธนาคารไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยธนาคารมีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการตรวจสอบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อไป ธปท. และสถาบันการเงินจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับมาตรการและประสิทธิภาพการตรวจจับและตอบสนองต่อรายการผิดปกติ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้เสียหายถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร หรือบัตรเดบิต จำนวนหลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และธนาคาร อย่างแรกต้องให้รู้ก่อนว่าการกระทำของคนร้ายได้ข้อมูลไปอย่างไร ไม่เช่นนั้นจะหาวิธีแก้ไขไม่ได้ โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับรายงานข้อมูลว่ามีตัวเลขยืนยันผู้เสียหายประมาณหมื่นกว่าราย แยกเป็น บัตรเครดิตประมาณ 5,000 กว่าราย และบัตรเดบิตประมาณ 4,000 กว่าราย แต่เชื่อว่าน่าจะมีผู้ได้รับความเสียหายมากกว่านี้ “เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามประสานงานอย่างใกล้ชิด และเมื่อเช้าที่ผ่านมามีการประชุมติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังนำคดีเก่ามาพิจารณาด้วยว่าพฤติกรรมของคนร้ายที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราพยายามที่จะทำให้เกิดความกระจ่างมากที่สุด เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ อีกทั้งได้มีการประสานงานกับหน่วยสืบราชการลับต่างประเทศ หรือ Secret Service ของสหรัฐอเมริกา เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวในขณะที่ตนก็มีการพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่มาหลายครั้งแล้ว ในการนำข้อมูลเช่นนี้ไปใช้ ซึ่งคงต้องใช้ความร่วมมือหลายฝ่าย ขอยืนยันว่าเราดำเนินการต่อเนื่อง” ผบ.ตร. กล่าว เมื่อถามว่า คนร้ายทำกันเป็นขบวนการหรืออย่างไร พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก เราต้องหาให้ได้ก่อนว่าเขาเอาข้อมูลนี้ไปอย่างไร และได้กี่วิธีการ แบบไหนบ้าง เช่น ได้ข้อมูลไปแล้วเอาไปจำหน่ายในตลาดมืด หรือคนที่เอาข้อมูลไปนำไปใช้เติมเครดิตในการเล่นเกม ไปซื้อของ ก็ถือเป็นวิธีหนึ่ง แต่ต้องไปหาให้เจอว่าข้อมูลที่ว่านี้เอาไปได้อย่างไร จะได้ปิดจุดอ่อนตรงนี้ได้