แห่งเดียวในไทย!! กฟผ. ชวนเที่ยว "โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดิน" กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวสร้างรายได้ชุมชน
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ดังนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ร่วมกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยการจัดกิจกรรม “เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้องเอนจี้ (ENGY)” จำนวน 4 ทริป ได้แก่ ครั้งที่ 1 เส้นทางโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2563 ครั้งที่ 2 เส้นทางเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2563 ผู้ ครั้งที่ 3 เส้นทางเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2563 และครั้งที่ 4 เส้นทางเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2563
ทั้งนี้ เส้นทางโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา นอกจากจะได้ชมของธรรมชาติตลอดเส้นทางยังได้เยี่ยมชมภายในโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย พร้อมชมวิวหลักหมื่นล้าน ท่ามกลางทุ่งกังหันลมบริเวณอ่างพักน้ำตอนบนเขายายเที่ยง เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง แหล่งแบ่งปันความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าแห่งใหม่ ลิ้มลองกาแฟสดจากเมล็ดกาแฟชั้นดีที่ปลูกและเติบโตในพื้นที่ป่าต้นน้ำเหนือเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ร้านกาแฟคุณสายชล เยี่ยมชมทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก ที่พลิกฟื้นเรือนจำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และอิ่มอร่อยกับร้านอาหารท้องถิ่น ตลอดจนอุดหนุนของดีในพื้นที่และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อร่วมกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตลอดเส้นทาง
นายดนุนันท์ ไชยทุม หัวหน้ากองเดินเครื่องโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าลำตะคอง เป็นที่พัฒนาแสงไฟด้วยน้ำ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ลึก 350 เมตร มีกำลังผลิตรวม 1,000 เมกะวัตต์ การทำงาน ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เป็นการนำกระแสไฟฟ้าที่คงเหลือในระบบ ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าต่ำ นำมาสูบน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ขึ้นไปกักเก็บสำรองไว้ในอ่างพักน้ำตอนบน บริเวณเขายายเที่ยงแล้วจึงปล่อยน้ำลงมาผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง โดยสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้อย่างรวดเร็วถือเป็นแหล่งพลังงานสำรองขนาดใหญ่ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า เพราะมีการใช้น้ำหมุนเวียนในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง โดยน้ำไม่สูญหายไปไหน
ขณะที่อ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตั้งอยู่บนเขายายเที่ยงมีความจุประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถชมวิวได้ทั้งเขื่อนลำตะคอง เขาเควสตาที่มีรูปร่างคล้ายอีโต้ บริเวณขอบที่ราบสูงโคราชซึ่งอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลกจากยูเนสโก และกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำนวน 14 ต้นที่ทอดยาวไปตลอดแนวเขายายเที่ยง นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนยังมีรถจักรยานไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจักรยานของกลุ่มจักรยานท่องเที่ยวบ้านเขายายเที่ยงเหนือ โดยได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จำนวน 120,000 บาท เพื่อจัดซื้อจักรยาน ปัจจุบันมีจักรยานเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 คัน ซึ่งในปี 2563 สามารถสร้างรายได้แล้วกว่า 1.8 ล้านบาท โดยเงินรายได้จะนำไปใช้พัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ต้องหยุดชะงัก ทำให้ชุมชนได้รับกระทบอย่างมาก แต่หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทาง กฟผ. ได้มีการกระตุ้นการท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดนครราชสีมา ผ่านกิจกรรมต่างๆ และการจัดกิจกรรม “เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้องเอนจี้ (ENGY)” ครั้งนี้ ก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับมาเที่ยวจำนวนมาก โดยทาง กฟผ. ก็ได้มีการเข้มงวดตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวห่างไกลโควิด-19 นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ธันวาคม 2563 จะมีการกิจกรรมวิ่งลอยฟ้า ครั้งที่ 9 จึงขอเชิญชวนผู้สนใจมาร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือท่องเที่ยวชมธรรมชาติด้วยกัน